Page 861 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 861

R33

                                   การพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วย Fragility hip fracture



                                                              นางสาวพิมพ์พร ชอบใหญ่ และนางสาวปาริชาติ เข้มดีกุล

                                                   โรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จังหวัดนครราชสีมา เขตสุขภาพที่ 9
                                                                                               ประเภท วิชาการ



                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย
                         กระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) เป็นภาวะกระดูกหักที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้สูงอายุ
                  เพศหญิง เนื่องจากผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของอณูโครงสร้างภายในของเนื้อเยื่อกระดูกทำให้
                  มวลกระดูกลดลงร่วมกับมีการเสื่อมทำให้กระดูกบางลง ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนและภาวะกระดูกหักได้ง่าย

                  ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการพลัดตกหกล้มโดยพบว่า มีอุบัติการณ์การเกิดกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุอย่างน้อย
                  150 250 รายต่อแสนประชากร ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ (Kanis JA, Oden A, McCloskey EV et
                  al., 2012) และทั่วโลกคาดว่าจะมีผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก จำนวน 2.6 ล้านราย ในปี พ.ศ. 2568
                  (อัญชลี คันธานนท์, 2556) ส่วนในประเทศไทยข้อมูลจากการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2556 พบว่า มี

                  อุบัติการณ์กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุมากกว่า 50 ปี คิดเป็น 181 ต่อ 100,000 คน โดยมีอายุเฉลี่ยที่ 76.7 ปี
                  เป็นเพศหญิงมากกว่าชาย 2.4 เท่า และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยคาดว่าในปี พ.ศ. 2568 และ 2593 จะมีจำนวน
                  ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักถึง 34,246 คน และ 56,443 คน ตามลำดับ (ประเสริฐ หลิ่วผลวณิชย์ และคณะ, 2558)
                         จากสถิติของโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมในเขตอำเภอ

                  ด่านขุนทด และโรงพยาบาลลูกข่ายมีผู้ป่วยมารับบริการใน ปี 2566 – 2567 จำนวน 65 ราย และ 65 ราย
                  ตามลำดับ 3 ซึ่งหอผู้ป่วยศัลยกรรมทั่วไปและออร์โธปิดิกส์ ให้บริการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกสะโพกหัก
                  ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเฉลี่ยปีละ 10 ราย ในปี 2566 พบอุบัติการณ์ผู้ป่วยได้รับการจัดการความปวด
                  ไม่เหมาะสม 5 ราย เกิดแผลกดทับ 3 ราย แผลผ่าตัดติดเชื้อ 1 ราย และการเคลื่อนหลุดของข้อสะโพก 1 ราย

                  จากการวิเคราะห์พบว่า หน่วยงานยังไม่มีแนวทางการพยาบาลที่ชัดเจน การให้การพยาบาลจะแตกต่างกัน
                  ออกไปตามความรู้และประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนกลับไปดำเนินชีวิต
                  ได้ตามปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีผู้วิจัยและคณะเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงสนใจศึกษาแนวทางการดูแลผู้ป่วย
                  กระดูกต้นขาหัก เพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         1. เพื่อให้มีแนวทางการดูแลผู้ป่วยกระดูกต้นขาหักที่ได้รับการดึงถ่วงน้ำหนักต่อเนื่องที่บ้าน ผู้ป่วยที่ได้รับ
                  การผ่าตัดสะโพกเทียม และนำไปปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน
                         2. เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยกระดูกต้นขาหักที่ได้รับการดึงถ่วงน้ำหนักต่อเนื่อง
                  ที่บ้าน และผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดสะโพกเทียม

                  วิธีการศึกษา

                         การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง
                  เป็นผู้ป่วยกระดูกต้นขาหักทั้งหมดที่ได้รับการดึงถ่วงน้ำหนักต่อเนื่องที่บ้าน และผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดสะโพกเทียม
                   ปี 2566 จำนวน 65 คน และปี 2567 จำนวน 65 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วยบันทึก
                  การติดตามเยี่ยมบ้าน และแบบประเมินการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา

                  และ Pair Sample T – test
   856   857   858   859   860   861   862   863   864   865   866