Page 212 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 212

E10

                             การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสุขภาพจิตแบบไร้รอยต่อ

                                      และบูรณาการในพื้นที่ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน



                                                                                       นางอรไท พิพิธพัฒน์ไพสิฐ
                                                                   โรงพยาบาลเชียงกลาง จังหวัดน่าน เขตสุขภาพที่ 1

                                                                                               ประเภท วิชาการ


                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                           ภาวะวิกฤตสุขภาพจิต หมายถึง สถานการณ์ที่บุคคลเผชิญกับความทุกข์ทางจิตใจอย่างรุนแรง
                  ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยภายในหรือภายนอก เช่น โรคทางจิตเวช เหตุการณ์รุนแรง หรือภัยพิบัติ ภาวะนี้อาจ

                  ทำให้บุคคลมีพฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

                  และเหมาะสมเพื่อป้องกันผลกระทบที่รุนแรงขึ้น (World Health Organization, 2022) จากข้อมูลของสถาบัน
                  การแพทย์ฉุกเฉิน ปี 2560 พบการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น

                  ในระยะ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2555 - 2559 โดยใน พ.ศ. 2555 จำนวน 11,266 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 14,223 ราย
                  ใน พ.ศ. 2559 ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย กลุ่มวัยทำงานอายุ 23 - 59 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 - 22 ปี

                  เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ พบมากกว่าร้อยละ 60 เมื่อพิจารณา

                  แยกตามเขตสุขภาพ พบมากในเขตสุขภาพที่ 9 ใช้บริการมากที่สุด (ร้อยละ 20.3) รองลงมา คือ เขตสุขภาพที่ 10
                  (ร้อยละ 16.7) เขตสุขภาพที่ 7 (ร้อยละ 13.1) และเขตสุขภาพที่ 1 (ร้อยละ 12.5) ตามลำดับ (สถาบัน

                  การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, 2560) ผู้ป่วยจิตเวชอำเภอเชียงกลางที่มีปัญหาซับซ้อนเรื้อรังเสี่ยงต่อการกำเริบ

                  อันเนื่องมาจากติดสารเสพติดและสุรา มีจำนวน 20 ราย แยกเป็นเขต รพ.เชียงกลาง 5 ราย รพ.สต.เปือ 8 ราย
                  รพ.สต.พระพุทธบาท 5 ราย และรพ.สต.พระธาตุ 2 ราย และจำนวนผู้ป่วยจิตเวชคลุ้มคลั่งต้องส่งต่อ รพ.น่าน

                  เพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2564 จำนวน 10 ราย, 2565 จำนวน 13 ราย และ 2566 จำนวน 15 ราย (กลุ่มงานจิตเวชและ
                  ยาเสพติด รพ.เชียงกลาง, 2564) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขาดยา ไม่ยอมรับการรักษา ดื่มแอลกอฮอล์และใช้สารเสพติด

                  ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ จึงเป็นภาระของครอบครัวที่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ในกรณีที่เกิดอาการกำเริบ

                  รุนแรงในชุมชน เอะอะโวยวาย เสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเองและผู้อื่น สร้างความเดือดร้อนและหวาดกลัวให้กับ
                  ครอบครัว ชุมชน และไม่ทราบช่องทางขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานในกรณีฉุกเฉินได้ จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับ

                  การช่วยเหลือที่ไม่ถูกต้อง ล่าช้า คนที่ครอบครัว ชุมชนถูกผู้ป่วยทำร้าย โดยอำเภอเชียงกลางดำเนินงานด้าน
                  จิตเวชฉุกเฉินมาตั้งแต่ ปี2559 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก บางคนขาดความรู้เรื่องพระราชบัญญัติสุขภาพจิต

                  แห่งชาติ ไม่นำตัวผู้ป่วยมาโรงพยาบาลเนื่องจากยังไม่ก่อเหตุอันตรายแต่มีอาการทางจิตแล้ว และจากการ

                  สังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปรากฏภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใส่กุญแจมือผู้ป่วยขึ้นท้ายรถ
                  ตำรวจมาส่งยังโรงพยาบาลซึ่งไม่ปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ อีกทั้งรูปแบบการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวช

                  ฉุกเฉิน และบทบาทหน้าที่ของทีมงานยังไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ที่ให้การช่วยเหลือยังขาดความรู้และทักษะ
   207   208   209   210   211   212   213   214   215   216   217