Page 364 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 364
G48
สื่อการสอนการคัดกรองหกล้ม Time Up and Go ในผู้สูงอายุ ภาษามลายู
นายกูอิรฟาณ อับดุลบุตร
โรงพยาบาลยะรัง จังหวัดปัตตานี เขตสุขภาพที่ 12
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ปัจจุบันแนวโน้มอัตราการเพิ่มของประชากรโลกชะลอตัวลงเนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลงโดยข้อมูล
ระหว่าง พ.ศ. 2543 – 2564 พบว่า อัตราเจริญพันธุ์ลดลงจาก 21.79 ต่อประชากร 1,000
เป็น 2.32 ต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเกิดลดลงจาก 21.79 ต่อประชากร 1,000 คน เป็น 16.94 ต่อ
ประชากร 1,000 คน (Population reference Bureau (PRB), 2023) และอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดเพิ่มขึ้น
จาก 66.45 ปี เป็น 71.05 ปี เมื่อประชากรมีอัตราการเกิด อัตราเจริญพันธุ์ที่ลดลง และอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรก
เกิดเพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้ประชากรโลกเป็นสังคมสูงอายุ และคาดการณ์ว่าสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
ทั่วโลกในปี พ.ศ. 2567 จะสูงขึ้นถึงร้อยละ 10
จังหวัดปัตตานีมีประชากร 737,077 คน เป็นผู้สูงอายุ 80,024 คน คิดเป็น 10.86% ศาสนาอิสลาม
88.8% พุทธ 11.1% ได้รับการคัดกรองภาวะหกล้ม 60,121 คน คิดเป็น 75.13 % พบว่าปัญหาส่วนหนึ่ง
ที่ส่งผลทำให้คัดกรองไม่ได้ เกิดจากการที่อสม. หรือผู้สูงอายุไม่เข้าใจในตัวแบบคัดกรองความเสี่ยง
ต่อการพลัดตกหกล้ม เนื่องจากใช้ภาษามลายูท้องถิ่นในการสื่อสารเป็นหลักทำให้ไม่สามารถคัดกรอง
ได้อย่างครอบคลุมในกลุ่มดังกล่าว
จึงเป็นที่มาของแนวคิดนวัตกรรมสื่อการสอนการคัดกรองหกล้ม Time Up and Go ในผู้สูงอายุ
ภาษามลายูเพื่อให้ อสม. และผู้สูงอายุ มีความรู้ความเข้าใจในแบบคัดกรอง และสามารถทำการคัดกรอง
ได้อย่างครอบคลุมในกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้ภาษามลายูท้องถิ่นในการสื่อสาร
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อเพิ่มจำนวนการคัดกรอง TUG ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้ภาษามลายูท้องถิ่นในการสื่อสาร
วิธีการศึกษา
1. จัดทำสื่อการสอนการคัดกรองหกล้ม Time Up and Go ในผู้สูงอายุ ภาษามลายู
2. เผยแพร่สื่อการสอนในแอปพลิเคชัน YouTube
3. ให้ อสม. ในจังหวัดปัตตานี ศึกษาตามสื่อการสอนใน แอปพลิเคชัน YouTube
4. เปรียบเทียบจำนวนผู้สูงอายุก่อนและหลังการเผยแพร่สื่อการสอน
ผลการศึกษา
จากการเปรียบเทียบจำนวนผู้สูงอายุก่อนและหลังเผยแพร่สื่อการสอนการคัดกรองหกล้ม Time Up
and Go ในผู้สูงอายุ ภาษามลายู เป็นระยะเวลา 2 เดือน พบว่าจังหวัดปัตตานีมีอัตราการคัดกรองความเสี่ยง
ต่อการพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้นจาก 60,121 คน เป็น 63,740 คน โดยมีการคัดกรองเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน
3,619 คน คิดเป็น 4.52%

