Page 370 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 370
H4
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมมารักษาที่คลินิกความจำสูงวัยและได้รับการตรวจ
สุขภาพช่องปาก จำนวน 212 คน คิดเป็นร้อยละ 38.8 เมื่อพิจารณาเกี่ยวกับการรักษาทันตกรรม ผู้สูงอายุ
มักจะปฏิเสธการรักษามากถึงร้อยละ 55.5 ในเขตอำเภอเมือง และร้อยละ 57.8 ในต่างอำเภอ/จังหวัด ขณะที่มี
ผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมืองได้รับการรักษาเพียงร้อยละ 32.7 ในต่างอำเภอ/จังหวัด พบเพียงร้อยละ 11.8 เท่านั้น
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (รอบ 7 เดือน) ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมมารักษาที่คลินิกความจำสูงวัยและ
ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก จำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 16.4 และส่วนใหญ่ปฏิเสธการรักษาร้อยละ 58.1
ในเขตอำเภอเมือง และร้อยละ 47.6 ในต่างอำเภอ/จังหวัด ขณะที่ผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมืองได้รับการรักษา
ทันตกรรมร้อยละ 32.3 และในต่างอำเภอ/จังหวัด พบเพียงร้อยละ 23.8
พฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปากเช่น การแปรงฟัน พบว่าส่วนใหญ่แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ในเขตเมือง
(ร้อยละ 65.5 และ 48.4 ตามลำดับ) ในต่างอำเภอ/จังหวัด (ร้อยละ 52.0 และ 47.6 ตามลำดับ) รองลงมา คือ
แปรงฟันวันละ 1 ครั้ง ตอนเช้า ไม่แปรงฟันก่อนนอน ในเขตเมือง (ร้อยละ 27.3 และ 35.5 ตามลำดับ) ในต่าง
อำเภอ/จังหวัด (ร้อยละ 23.5 และ 38.1 ตามลำดับ)
พิจารณาคู่สบในช่องปาก ส่วนใหญ่พบไม่มีคู่สบหรือน้อยกว่า 4 คู่สบ ในเขตเมือง (ร้อยละ 69.1 และ
51.6) และในต่างอำเภอ/จังหวัด (ร้อยละ 77.5 และ 61.9)
อภิปรายผล
บทบาทของทันตแพทย์ในการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ
มีหลายประการได้แก่ 1.การประเมินสุขภาพช่องปากอย่างรอบด้าน มีการตรวจคัดกรอง ประเมินระดับพฤติกรรม
การรับรู้ และความสามารถในการดูแลตนเอง 2.การสื่อสารและการดูแลอย่างเข้าใจ ใช้การสื่อสารที่เรียบง่าย
อ่อนโยน ชัดเจนและสั้นกระชับ ให้เวลาผู้สูงอายุได้ตอบสนองและทำความเข้าใจ หลีกเลี่ยงคำสั่งหรือการบังคับ
3.การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล คำนึงถึงสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตเป็นหลัก เลือกแผนการรักษาที่ง่าย
ปลอดภัยและเหมาะกับความร่วมมือของผู้สูงอายุ 4.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ดูแล มีการสอนเทคนิคการทำ
ความสะอาดช่องปากที่เหมาะสม เช่น วิธีการแปรงฟัน การจัดท่าทาง หรือการดัดแปลงใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ
จัดทำสื่อความรู้เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถปฏิบัติตามได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการประเมินความรู้ ทักษะ และให้
กำลังใจกับผู้ดูแลอย่างต่อเนื่อง 5.การติดตามและระบบนัดหมายต่อเนื่อง มีการจัดระบบติดตามผู้ป่วย นัดตรวจ
ฟันทุก 2-3 เดือน หรือมีระบบการติดตาม ปรึกษาออนไลน์ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สะดวกมาที่โรงพยาบาลได้
6.การทำงานแบบสหวิชาชีพ 7.พัฒนาระบบบริการทันตกรรมเฉพาะทางผู้สูงอายุและผู้ที่มีความต้องการพิเศษ
ให้บริการทำฟันที่ปลอดภัย สะดวกและเหมาะสม
สรุปและข้อเสนอแนะ
ปัจจุบันมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้นถึงความสัมพันธ์ระหว่างภาวะสมองเสื่อมกับสุขภาพช่องปาก
โดยพบว่าการอักเสบในช่องปากเรื้อรัง เช่น สารชักนำการอักเสบ (inflammatory mediators) หรือเชื้อแบคทีเรีย
ในช่องปากบางชนิดจากโรคปริทันต์อักเสบ เช่น Porphyromonas gingivalis ที่อาจมีผลต่อการเสื่อมของเซลล์
ประสาท การสูญเสียฟัน การไม่มีฟันเคี้ยวอาหาร ส่งผลต่อโภชนาการที่ไม่ดีและเป็นปัจจัยของต่อการเสื่อม

