Page 40 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 40
A7
การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
เอสทีไม่ยกสูง (NSTEMI) โรงพยาบาลเลย
นางพรวีนัส โสกัณทัต และนางสาววนิดา เคนทองดี
โรงพยาบาลเลย เขตสุขภาพที่ 8
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
โรงพยาบาลเลยพบว่า มีผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด NSTEMI เข้ารับการรักษา
จำนวน 394 ราย, 303 ราย และ 344 ราย โดยมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ ร้อยละ 6.1, 7.4 และ 6.1
ในปี 2564, 2565 และ 2566 ตามลำดับ แม้จะมีแนวทางการดูแลที่ถูกกำหนดโดยทีมอายุรแพทย์โรคหัวใจ
แต่การปฏิบัติตามแนวทางที่มีอยู่เดิมยังไม่ครบถ้วนและทันเวลาจากอุบัติการณ์รายแผนกในปี 2565 พบว่า
แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินมีการคัดกรองผิดพลาด 2 อุบัติการณ์ แผนกผู้ป่วยนอก 2 อุบัติการณ์ คิดเป็นร้อยละ 1.3
และแผนกผู้ป่วยในมีการปฏิบัติตามรูปแบบไม่ครบถ้วน ทันเวลาในประเด็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
และรายงานแพทย์ตามแนวทางที่กำหนดในผู้ป่วยที่เจ็บหน้าอกภายใน 10 นาที จำนวน 5 อุบัติการณ์ คิดเป็นร้อยละ 1.7
นอกจากนี้ยังพบความไม่ต่อเนื่องในการดูแลระหว่างแผนกโดยการส่งต่อข้อมูลจำเป็นสำคัญ เช่น การจำกัดการออกแรง
หรือการให้ผู้ป่วยพักผ่อนเพื่อลดความต้องการออกซิเจนของร่างกาย และการดูแลอย่างใกล้ชิดหลังรับย้าย
ผู้ป่วย 1 อุบัติการณ์ ส่งผลให้ผู้ป่วยทรุดลงและหรือเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งเกิดจากการสื่อสารแนวทางการรักษา
ไม่ครอบคลุมทั่วถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทำให้การประสานการย้ายผู้ป่วยไปยังหน่วยงานที่เหมาะสมไม่สามารถ
ทำได้อย่างรวดเร็ว การขาดการทบทวน ซักซ้อมการปฏิบัติตามแนวทางอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดความชำนาญ
หรือศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเนื่องจากมีการเปลี่ยนผ่านขอบุคลากรทุกปี การขาดการกำหนดหน้าที่ที่ชัดเจน
ทำให้เกิดการรอคำสั่งการรักษาซ้ำ และภาระงานที่หนัก ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดได้ครบถ้วน
ทันเวลา
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
เอสทีไม่ยกสูง )NSTEMI) โรงพยาบาลเลย
2. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ชนิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเอสทีไม่ยกสูง )NSTEMI) โรงพยาบาลเลย
วิธีการศึกษา
การวิจัยและพัฒนานี้ สถานที่ทำวิจัย คือ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยนอก หอผู้ป่วยอายุรกรรม
จำนวน 6 แห่ง และหอผู้ป่วยศัลยกรรม จำนวน 6 แห่ง ระยะเวลาศึกษา 1 ปี )เดือนตุลาคม 2566 ถึงกันยายน 2567(
โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ 2 ระยะ ได้แก่

