Page 44 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 44

A11

                                           ผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาล

                        สำหรับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวชนิด Preserved Ejection Fraction (HFpEF)

                                   ต่อความสามารถในการดูแลตนเองและสมรรถภาพทางกาย


                                                นางสาวปิยวรา กาจารี นางพรทิวา ทักษิณ  และนางพูนทรัพย์ จันทร์ทิพย์

                                                                                โรงพยาบาลลำปาง เขตสุขภาพที่ 1

                                                                                                           ประเภท วิชาการ

                  ความสำคัญของปัญหา

                         ภาวะหัวใจล้มเหลวชนิด HFpEF ทำให้ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลด้วยอาการของหัวใจไม่สามารถสูบฉีดโลหิต
                  ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้เพียงพอ พบได้บ่อยและมีแนวโน้มสูงขึ้นอัตราการรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 1.4 ครั้ง/ปี

                  และอัตราเสียชีวิตสูงถึง 15% ผู้ป่วย HFpEF จะมีค่า EF เป็นปกติขณะพักแต่เมื่อออกแรง EF ไม่สามารถเพิ่มตามได้
                  นอกจากนี้ความผิดปกติของหลอดเลือดแดงและกล้ามเนื้อหัวใจที่มีความแข็งตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ

                  เฉียบพลัน ความดันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยมักจะมีสมรรถภาพทางกายและความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมลดลง

                         การรักษาภาวะ HFpEF ในปัจจุบัน นอกจากการแก้ไขสาเหตุภาวะหัวใจล้มเหลวและรับประทานยา
                  ตามแผนการรักษาของแพทย์แล้ว การบรรเทาอาการ การควบคุมโรคร่วมและเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรม

                  เป็นสิ่งสำคัญ คลินิกหัวใจล้มเหลวโรงพยาบาลลำปางมีผู้ป่วย HFpEF มารักษาและติดตามอาการกว่า 84 ครั้ง/ปี

                  ผู้ป่วย 69% มีความรู้ความสามารถในการดูแลตนเอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และการจัดการอาการกำเริบ
                  ของภาวะหัวใจล้มเหลวอยู่ในระดับต่ำเป็นเหตุให้พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล


                  วัตถุประสงค์
                         เพื่อส่งเสริมความสามารถในการดูแลตนเองและเพิ่มสมรรถภาพทางกายในผู้ป่วย HFpEF


                  วิธีการศึกษา
                         สืบค้นข้อมูลหลักฐานทางวิชาการเผยแพร่ทางฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างปี ค.ศ. 2014-2024

                  จำนวน 13 เรื่อง วิเคราะห์ระดับความน่าเชื่อถือของหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยแนวคิดของสภาวิจัยด้านการแพทย์

                  และสุขภาพแห่งชาติประเทศออสเตรเลีย )NHMRC, 1999( จัดลำดับความน่าเชื่อถือดัดแปลงจากเกณฑ์
                  ของ Melnyk & Fineout-Overholt (2015( และ Deng & Dearholt (2018( สังเคราะห์สร้างเป็นร่างแนวปฏิบัติ

                  ผ่านการทดสอบ Thai AGREE II จากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ให้คะแนนผ่านเกณฑ์การประเมิน 6 ด้านมากกว่า 90%
                  พยาบาลประจำคลินิกมีความพึงพอใจและปฏิบัติตามกระบวนการของแนวปฏิบัติ 100% แนวปฏิบัติทางการพยาบาล

                  ที่สร้างขึ้นจากหลักฐานเชิงประจักษ์และระดับข้อเสนอแนะมีองค์ประกอบ 3 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านการประเมินภาวะสุขภาพ

                  และสมรรถภาพทางกาย ได้แก่  New York Heart Association (NYHA) Functional Class (1A), ดัชนีการดูแลตนเอง
                  ของผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว (Self-Care of Heart Failure Index [SCHFI]) (1A) และการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

                  ด้วยการเดิน 6 นาที )Six-minute walk test [6MWT])  (1A) 2) ด้านการจัดการ ได้แก่ การสังเกตและจัดการอาการ )1A(
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49