Page 41 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 41
A8
ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด NSTEMI
โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติสู่หลักฐานเชิงประจักษ์ของ Rosswurm& Larrabee )1999(
ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้
1) การประเมินความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติ
2) การเชื่อมโยงปัญหากับการปฏิบัติและผลลัพธ์ โดยกำหนดประเด็นปัญหาการพยาบาลและผลลัพธ์
จากรูปแบบการพยาบาล
3) การสังเคราะห์งานวิจัยเพื่อให้ได้หลักการที่ดีที่สุดเพื่อนำมายกร่างรูปแบบการพยาบาล
4) การออกแบบเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสื่อสารยกร่างรูปแบบ
5) การนำไปปฏิบัติและประเมินผล โดยนำรูปแบบไปใช้กับผู้ป่วย NSTEMI จำนวน 30 ราย
6( การบูรณาการและรักษาให้การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัตินั้นยั่งยืนโดยสนับสนุนการใช้แนวปฏิบัติ
ในรูปแบบ Work Instruction )WI(
ระยะที่ 2 การประเมินผลของรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด NSTEMI
รวมทั้งปรับปรุงรูปแบบฯ ให้เหมาะสมเพื่อนำไปประกาศเป็นนโยบาย
ผลการดำเนินงาน
ได้รูปแบบพยาบาลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด NSTEMI ดังนี้
1) การคัดกรองผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาโดยใช้แนวทางการซักประวัติคนไข้ Chest pain การตรวจ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจและรายงานแพทย์ตามแนวทางที่กำหนดในผู้ป่วยที่เจ็บหน้าอกภายใน 10 นาที
2) การประเมินความรุนแรงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด NSTEMI โดยการใช้
GRACE risk score อยู่ในรูปแบบการพยาบาล
3) การเฝ้าระวังผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด NSTEMI แบ่งตามระดับความเสี่ยง
4) การจัดการความปวดตามแนวทางการจัดการความปวดของโรงพยาบาลที่เฉพาะในผู้ป่วย NSTEMI
5( การบริหารยาเพิ่มการบีบตัวของหัวใจตามมาตรฐานของโรงพยาบาล
6) การลดความต้องการออกซิเจนของร่างกายโดยการให้ข้อมูลผู้ป่วยและบทบาทอิสระ
7) การเพิ่มการแลกเปลี่ยนออกซิเจนโดยการให้ออกซิเจนในรายที่หายใจหอบหรือมี oxygen saturation
น้อยกว่า 90%
8) การเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเมื่อเข้าสู่ภาวะวิกฤต
9) การส่งต่อข้อมูลสำคัญระหว่างหน่วยงานโดยใช้ ISBAR
10) การเฝ้าระวังที่เหมาะสมระหว่างรอการส่งต่อสถานบริการที่มีศักยภาพสูงกว่าตามระดับตามระดับความเสี่ยง

