Page 445 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 445

I29

                                      ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองเกี่ยวกับ

                           พฤติกรรมการบริโภคอาหารและน้ำต่อผลลัพธ์ที่คัดสรรในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง



                                                                                            นายอนุพงศ์ อิศดิศัย
                                                             โรงพยาบาลมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เขตสุขภาพที่ 10

                                                                                               ประเภท วิชาการ


                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         โรคไตเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศ
                  ไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทั้งหมด 11.6 ล้านคน ความชุกของโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1-5 ร้อยละ 3.3,  5.6, 7.5, 0.8

                  และ 0.3 ตามลำดับ พบผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะที่ 3 มากที่สุด จึงมีความสอดคล้องกับแนวโน้มของการเกิดโรคไต

                  เรื้อรังของประเทศรวมถึงในโรงพยาบาลมุกดาหาร จากข้อมูล 3 ปี ย้อนหลัง พ.ศ. 2563 - 2565 จำนวน 2,191
                  1,886 และ 2,213 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ระยะที่พบผู้ป่วยมากที่สุดระยะที่ 3

                  จำนวน 763 ราย ร้อยละ 34.48 ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทั้งหมด จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นมีผู้ป่วยไตเรื้อรังมี
                  จำนวนเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข ด้านงบประมาณในการรักษา นอกจากนี้โรคไตเรื้อรังยัง

                  ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เสี่ยงต่อการทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษา

                  ป้องกัน การดูแลรักษามีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอความเสื่อมของไต ยืดระยะเวลาการนำไปสู่การบำบัดทดแทนไต
                  ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต จำนวนมากกว่า 1 แสนคน ทำให้รัฐบาลต้องสูญเสีย

                  ค่าใช้จ่ายในการรักษาบำบัดทดแทนไตเฉลี่ยประมาณ 24,000 บาทต่อคนต่อปี

                        แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของไต ยืดระยะเวลาการดำเนินโรค
                  เข้าสู่ไตเรื้อรังระยะสุดท้ายให้นานที่สุด Kidney Disease Improving Global Outcomes, KDIGO เสนอ

                  แนวปฏิบัติในการป้องกันหรือชะลอการเสื่อมของไต ประกอบด้วย การควบคุมระดับความดันโลหิต การควบคุม
                  อาหาร การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบ

                  จัดการพฤติกรรมการดูแลตนเอง จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดูแล

                  ตนเองไม่เหมาะสมกับโรคเนื่องจากผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะเริ่มตนยังไม่มีอาการที่ผิดปกติที่ชัดเจนทำให้ผู้ป่วย
                  ไม่เห็นถึงความสำคัญถึงการปฏิบัติพฤติกรรมที่เหมาะสม


                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                         เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคอาหารและน้ำ และค่าอัตราการกรองของไตในผู้ป่วยโรค

                  ไตเรื้อรังระหว่างกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
                  และน้ำและกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ
   440   441   442   443   444   445   446   447   448   449   450