Page 513 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 513
K38
การเกิดภาวะแทรกซ้อนฉับพลัน ข้อมูลปี พ.ศ. 2567 พบว่า ภาวะน้ำตาลต่ำคิดเป็นร้อยละ 87.5
การเกิดภาวะแทรกซ้อนชนิดเรื้อรัง ข้อมูลปี พ.ศ. 2567 จำแนกเป็น Diabetic retinopathy คิดเป็นร้อยละ 33,
Diabetic Nephropathy คิดเป็นร้อยละ 16.67, Diabetic foot เสี่ยงต่ำคิดเป็นร้อยละ 100
อภิปรายผล
คลินิกเบาหวานชนิดที่ 1 โรงพยาบาลระยอง ตรวจรักษาโดยแพทย์อายุรกรรมต่อมไร้ท่อและ
กุมารแพทย์ มีพยาบาล NCM ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ใช้สถานที่คลินิกเดียวกันทำให้ผู้ป่วยมีสัมพันธภาพกับ
ทีมรักษาเป็นอย่างดีจึงไม่จำเป็นต้องมี transitional clinic เด็กเป็นผู้ใหญ่ มีชนิดยาฉีดอินสุลินที่จำเป็น ได้แก่
Rapid acting insulin, Long acting insulin, premixed insulin รพ.ระยองมีการขยายเครือข่าย T1DDAR
CN ไปรพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีมาตรฐานการดูแลรักษาเดียวกัน และทุกคนขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์
กองทุน สปสช. และ กองทุนประกันสังคม ทำให้ได้รับ Dextro-strip และ Keto-strip ตามที่ใช้จริงทุกคนและ
care giver ได้รับการสอน DSME การใช้ยาอินสุลิน การคัดกรองภาวะแทรกซ้อนและมีแผนขยายเครือข่าย
T1DDAR CN ไปรพ.แกลง
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 มีจำนวนเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยอายุ < 15ปี อยู่ในวัยเรียน ผลการตรวจ anti-GAD
บวก มากกว่าร้อยละ 60 เกือบครึ่งหนึ่งมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และมีผล A1C > 9% สูงถึงร้อยละ 40-50
มีเพียงร้อยละ10 ค่า A1C< 7% สะท้อนการนับคาร์บและการคำนวณปริมาณ insulin dose ต่ำกว่าความเป็น
จริง และเพียงร้อยละ 25 เจาะ SMBG 3-4 ครั้งต่อวัน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ พบมีอุบัติการณ์การเกิด DKA สูงถึง
20 ครั้งต่อปี สาเหตุ จากวัยรุ่นชอบลองอาหารใหม่ การกังวลสังคมรอบข้าง การลองไม่ฉีดยา เด็กเล็กต้องการ
care giver ร่วมดูแล ส่วนกลุ่มผู้ป่วยอายุมากกว่า 15 ปีส่วนใหญ่วัยทำงาน และมีน้ำหนักเกินถึงอ้วน เกือบ
ครึ่งหนึ่ง ผล anti-GAD เป็นบวก และผล A1C > 9% สูงถึงร้อยละ 50 และ A1C<7% ประมาณร้อยละ 20
สะท้อนการบริโภคคาร์บเกิน แคลอรี่เกิน และปริมาณ insulin ขนาดสูง การเจาะ SMBG 1-2 ครั้งต่อวัน
มากกว่าร้อยละ 50 อุบัติการณ์การเกิด DKA ต่ำลงไม่ถึง 10 ครั้งต่อปี สาเหตุการเกิด DKA พบร่วมกับโรคติด
เชื้อ Sepsis AMI และพบอุบัติการณ์การเกิด DN,DR, diabetic foot ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานาน > 9 ปี
และ A1C> 9%
ผู้ป่วยลูกข่ายรพ.เฉลิมพระเกียรติ มีข้อมูลเฉพาะกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานมากกว่า
ร้อยละ 60 มีน้ำหนักเกินและ เกือบร้อยละ 50 มี anti-GAD เป็นบวก ผู้ป่วยร้อยละ 70 ผล A1C > 9%
และพบมีอุบัติการณ์ Hypoglycemia โดยไม่พบ DKA เกิดจากการฉีดยาและกินอาหารไม่สัมพันธ์กัน
การเจาะ SMBG ครึ่งหนึ่งเจาะ 1-2 ครั้งต่อวัน และผู้ป่วยขอฉีดยาแบบ 2 ครั้งต่อวันเป็นส่วนใหญ่
สรุปและข้อเสนอแนะ
- การจัดตั้งคลินิกเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็กและผู้ใหญ่ แยกจากคลินิกเบาหวานปกติ ควรมีทีม
สหวิชาชีพ Empowerment และควรขึ้นทะเบียนชุดสิทธิประโยชน์ 2 กองทุน (สปสช. และ ประกันสังคม)
- การคัดกรอง anti-GAD ในผู้ป่วยเบาหวานอายุน้อยกว่า 30 ปี ช่วยในการวินิจฉัยชนิดเบาหวาน
ชนิดที่ 1

