Page 560 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 560
L19
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป เพศ อายุ ระยะเวลาเป็น
โรคเบาหวาน แบบตรวจประเมินเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
2. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย คือ โปรแกรมนวดกดจุดฝ่าเท้าร่วมกับการบริหารฝ่าเท้า
การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป ได้แก่ เพศ อายุ ระยะเวลาเป็นโรคเบาหวาน วิเคราะห์
โดยสถิติพรรณนา เปรียบเทียบความแตกต่างของจุดชาเท้ากลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองก่อนและหลังการศึกษา
โดยใช้สถิติ t-test ภายในกลุ่มใช้สถิติ pair t-test
ผลการศึกษา
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป พบว่า กลุ่มทดลองส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 70.96
อายุเฉลี่ย 57 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 51 – 60 ปี จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 64.51 ระยะเวลาเป็น
โรคเบาหวาน พบมากทีสุด คือ 1 – 5 ปี จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 51.61 1)การเปรียบเทียบจุดชาเท้า
ก่อนการศึกษาในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่า ค่าเฉลี่ยจุดชาเท้าของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) การเปรียบเทียบจุดชาเท้าก่อนและหลังการศึกษาในกลุ่มทดลอง
พบว่า จุดชาเท้าหลังการศึกษา ลดลง กว่าก่อนการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3) การเปรียบเทียบ
จุดชาเท้าก่อนและหลังการศึกษาในกลุ่มควบคุม พบว่า จุดชาเท้าก่อนและหลังการศึกษา ไม่แตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 4) การเปรียบเทียบจุดชาเท้าหลังการศึกษาในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
พบว่า ค่าเฉลี่ยกลุ่มทดลอง เท่ากับ 2.26 ค่าเฉลี่ยกลุ่มควบคุม เท่ากับ 5.42 เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างกัน
เท่ากับ -3.16 ดังนั้น จากการทดสอบสถิติ t พบว่าค่าเฉลี่ยจุดชาเท้าของกลุ่มทดลอง ลดลง กว่ากลุ่มควบคุม
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
อภิปรายผล
ผลของโปรแกรมการนวดกดจุดฝ่าเท้าร่วมกับการบริหารฝ่าเท้าในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีอาการ
ชาเท้า พบว่า ค่าเฉลี่ยจุดชาเท้าก่อนและหลังการศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
โดยค่าเฉลี่ยจุดชาเท้าหลังการศึกษาลดลงกว่าก่อนการศึกษา ทั้งนี้การนวดจะส่งผลในการกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท และสารฮีสตามีน มีส่วนทำให้หลอดเลือดขยายตัว การไหลเวียนของเลือด
สะดวกขึ้น เส้นประสาทที่อยู่ส่วนปลายได้รับออกซิเจนและอาหารมากขึ้น อาการชาจะลดลง สอดคล้องกับทฤษฎี
การแพทย์ทางเลือกในสาขาการนวดกดจุสะท้อนฝ่าเท้า การบริหารเท้าช่วยชะลอการเกิดความเสื่อมของระบบ
ประสาทส่วนปลายและเพิ่มการไหลเวียนเลือดส่วนปลายเท้า
สรุป จากการศึกษาพบว่าค่าเฉลี่ยจุดชาเท้าของกลุ่มทดลอง ลดลง กว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติ แสดงถึงค่าระดับอาการชาเท้าลดลง ซึ่งบ่งบอกว่าผู้ป่วยเบาหวานมีอาการดีขึ้น เมื่อนำค่าเฉลี่ย
มาทดสอบเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังทดลองพบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ข้อเสนอแนะ ควรมีการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการชาเท้าร่วมกับ
ทีมสหวิชาชีพ และมีการศึกษาการใช้นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ลูกกลิ้งนวดเท้าร่วมกับการนวดและการบริหารฝ่าเท้า

