Page 557 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 557

L16

                         กลุ่มตัวอย่าง ได้จากการสุ่มแบบง่าย จากเวชระเบียนผู้ป่วยปวดเข่าที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็น
                  โรคข้อเข่าเสื่อม และมารับบริการคลินิกแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลบ้านลาด ตั้งแต่วันที่ 1 - 30 กันยายน 2567

                  จำนวนทั้งหมด 125 คน ทำการจับฉลากแบบไม่ใส่คืนโดยจับฉลากกลุ่มทดลองก่อน จำนวน 30 คน และจับฉลาก
                  กลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 30 คน
                         การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง คำนวณโดยใช้ G*Power 3.0.10 โดยกำหนดค่าอำนาจการทดสอบ
                  (Power of test) เท่ากับ 0.8 และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ซึ่งเป็นการกำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่าง

                  ที่น้อยที่สุดที่พอจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการทดสอบสมมติฐานได้ (Faul, Erdfelder, Lang,
                  & Buchner, 2007) กำหนดขนาดอิทธิพล (Effect size) โดยคำนวณขนาดอิทธิพลจากการศึกษาของ สมรัชนี ศรีฟ้า
                  มีค่าอิทธิพล เท่ากับ 0.74 คำนวณได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มละ 30 คน รวมจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 60 คน
                         วิธีการทดลอง กลุ่มทดลอง ได้รับนวัตกรรมเจลลี่มาร์กลดปวด ผู้วิจัยชี้แจง แนะนำวิธีการใช้ โดยให้

                  บันทึกระดับความปวดก่อนใช้นวัตกรรม และเริ่มใช้โดยนอนพักบนเตียง ใช้ผลิตภัณฑ์ 1 แผ่น วางไว้บริเวณหัวเข่า
                  เริ่มจับเวลาตั้งแต่วางผลิตภัณฑ์เสร็จ จนครบเวลา 15 นาที บันทึกผลระดับความปวดหลังการรักษา
                         กลุ่มเปรียบเทียบ ได้รับชุดสมุนไพรพอกเข่าแบบดั้งเดิม ผู้วิจัยชี้แจง แนะนำวิธีการใช้ นำผงยาสมุนไพร
                  ผสมน้ำกระสายยาคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน บันทึกระดับความปวด และเริ่มใช้ โดยการนอนพักบนเตียง

                  นำยาสมุนไพรที่ผสมไว้พอกบริเวณเข่า จับเวลาตั้งแต่พอกยาเสร็จ จนครบเวลา 15 นาที บันทึกผลระดับความปวด
                  หลังการรักษา
                         การวิเคราะห์ข้อมูล

                         1. วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างอายุ เพศ สถานภาพ อาชีพ วิเคราะห์โดยการแจกแจง
                  ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างของข้อมูลทั่วไประหว่างกลุ่มทดลอง
                  และกลุ่มเปรียบเทียบ โดยใช้สถิติไคสแควร์ (Chi square)
                         2. วิเคราะห์ระดับคะแนนความปวดของผู้ป่วยมีอาการข้อเข่าเสื่อมก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง
                  ของกลุ่มทดลอง และระดับคะแนนความปวดของผู้ป่วยมีอาการข้อเข่าเสื่อม ก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง

                  ของกลุ่มเปรียบเทียบ โดยใช้สถิติวิเคราะห์สถิติการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน
                         3. วิเคราะห์ความแตกต่างของระดับคะแนนความปวด ของผู้ป่วยมีอาการข้อเข่าเสื่อม ก่อนการทดลอง
                  และหลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ โดยใช้สถิติการทดสอบค่าทีแบบอิสระ

                  ผลการศึกษา
                         ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 50-69 ปี

                  ค่า BMI ตั้งแต่ 23 กิโลกรัมต่อเมตร  ขึ้นไป ร้อยละ 63.33 สถานภาพสมรส และอาชีพรับจ้าง เมื่อเปรียบเทียบ
                                               2
                  ข้อมูลทั่วไปกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ พบว่าไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความปวด
                  ก่อนการทดลอง ระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ เท่ากับ 6.67 (S.D.=1.09) และ 6.20 (S.D.=.99)

                  พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความปวด ก่อน และหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง
                  เท่ากับ 6.67 (S.D.=1.09) และ 2.23 (S.D.=1.16) พบว่า ก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
                  ทางสถิติ (t=14.68, p<.01) และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความปวดก่อนและหลังการทดลองของกลุ่ม
                  เปรียบเทียบ เท่ากับ 6.40 (S.D.=1.01) และ 2.43 (S.D.=.86) พบว่า ก่อนและหลังทดลองแตกต่างกันอย่างมี
                  นัยสำคัญทางสถิติ (t=32.49, p<.01) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความปวด หลังการทดลอง ระหว่างกลุ่ม

                  ทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ  เท่ากับ 2.23 (S.D.=1.16) และ 2.43 (S.D.=0.86) พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน
                  ระดับควาพึงพอใจต่อนวัตกรรมเจลลี่มาร์กลดปวด พบว่ามีความพึงพอใจในระดับดีมาก
   552   553   554   555   556   557   558   559   560   561   562