Page 598 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 598
N8
สรุปและข้อเสนอแนะ: การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นกระบวนการ
สำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ควรกำหนดมาตรฐานการจัดการด้านยา
เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พร้อมทั้งส่งเสริมการอบรมครูพยาบาล
สนับสนุนงบประมาณ ขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและการต่อยอดสู่ระบบข้อมูลยาในระดับอำเภอ/
จังหวัด/ประเทศ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
คำสำคัญ : เฝ้าระวัง, โรงเรียน, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, ความปลอดภัยในการใช้ยา
สาระสำคัญ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นสถาบันการเรียนในการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ เด็กที่อยู่ในวัย
เรียนมีโอกาสที่จะมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคทั่วไปหรืออาจจะได้รับอันตรายจากสิ่งแวดล้อมโดยคาดไม่ถึงขณะที่
อยู่ในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เขตอำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญมีจำนวนโรงเรียนทั้งสิ้น 41
แห่งและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 37 แห่ง ที่ผ่านมาจากการเก็บข้อมูลพบอุบัติการณ์แพ้ยาอันตรายแบบ
รุนแรงในโรงเรียนจากการหยิบยารับประทานเองและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลร้อยละ 2.5 และใน
เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบางแห่งพบว่ายังไม่สามารถอธิบาย
สถานการณ์ปัญหาที่แท้จริงของการให้บริการสุขภาพในโรงเรียนแต่ละแห่งได้และปี2562มีการจัดระบบยาใน
โรงเรียนและมีการเปลี่ยนแปลงครู จึงทำให้ไม่มีการส่งต่องาน ทำให้ระบบในการทำงานไม่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็น
การทำงานร่วมกันเฉพาะโรงพยาบาลและครู ไม่มีเครือข่ายอื่นๆในการดูแลระบบยา ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจ
ที่จะทำการศึกษาสถานการณ์ปัญหาด้านยาในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและหารูปแบบแนวทางการเฝ้า
ระวังความปลอดภัยจากการใช้ยาและดำเนินการแบบมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาคีเครือข่ายในชุมชนอันได้แก่
โรงพยาบาลปทุมราชวงศา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้ประกอบการร้านยา องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นและเครือข่ายชุมชนโรงเรียน ในการจัดการความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาด้านยาในโรงเรียนและศูนย์
พัฒนาเด็กเล็ก
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อศึกษาสถานการณ์การใช้ยาในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เขตอำเภอปทุมราชวงศา จังหวัด
อำนาจเจริญและเพื่อพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้ยาให้มีประสิทธิภาพ
วิธีการศึกษา
เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ระยะเวลาวิจัย 1 กันยายน 2567
ถึง15 เมษายน2568 แบ่งออกเป็น 3 วงรอบ ได้แก่ วงรอบแรก 1 กันยายน 2567- 30 พฤศจิกายน 2567
(3 เดือน) วงรอบที่สอง 1 ธันวาคม 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 (3 เดือน) วงรอบที่สาม 1 มีนาคม 2568
- 15 เมษายน 2568 (1.5 เดือน) ขั้นปฏิบัติการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน โดยใช้กระบวนการ PAOR
ตามแนวคิดของแคมมิสและแมกทากาดประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนวางแผน (Plan) ขั้นลงมือปฏิบัติ
(Act) ขั้นสังเกตการณ์ (Observe) และขั้นสะท้อนผล (Reflect) กลุ่มประชากรที่ศึกษา ได้แก่ ครูผู้รับผิดชอบ

