Page 603 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 603

N13

                  วิธีการศึกษา เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research & Development) มี 3 ระยะ ดังนี้

                         1. ระยะศึกษาสถานการณ์ โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง
                  จำนวน 30 คน เครื่องมือได้แก่แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ผ่านการตรวจสอบเครื่องมือจากผู้ทรงคุณวุฒิ

                  3 ท่าน ได้ค่า IOC เท่ากับ 1 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วย

                  การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
                         2. ระยะพัฒนาและทดลองใช้ นำข้อมูลจากระยะที่ 1 มาสังเคราะห์เป็นร่างรูปแบบฯ นำไปตรวจสอบ

                  คุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ และปรับปรุง หลังจากนั้นนำไปทดลองใช้ กับกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง

                  เป็นพยาบาลวิชาชีพ และ อสม. ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวม 20 คน และปรับปรุงให้มีความเหมาะสม
                         3. ระยะประเมินผลลัพธ์ ใช้การวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็น (1) ผู้ให้บริการ คำนวณหาค่า

                  Power analysis โดยกำหนด Power of Test .80 Effect size .70 และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิตที่
                  0.05 ได้กลุ่มตัวอย่าง พยาบาล 30 คน อสม. 132 คน (2) ผู้ดูแลแบบเจาะจง 10 คน เครื่องมือ ได้แก่ (1) ร่าง

                  ระบบฯ (2) แผนสอน (3) แบบทดสอบ (4) แบบสังเกต (6) แบบประเมินความพึงพอใจ และ (7) AMASS
                  Program ตรวจสอบเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า  IOC เท่ากับ 1.0 และความเชื่อมั่น ได้แก่

                  แบบทดสอบ KR 20 เท่ากับ 0.8 แบบสังเกต ค่า Inter rater เท่ากับ 0.9 แบบประเมินความพึงพอใจ อัลฟ่า

                  ของครอนบาค เท่ากับ 0.90 วิเคราะห์ข้อมูล (1) สถิติเชิงพรรณนา ใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และ SD (2) สถิติอ้างอิง
                  ใช้ สถิติทดสอบที


                  ผลการศึกษา นำเสนอตามวัตถุประสงค์
                         1. รูปแบบการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในชุมชนที่พัฒนาขึ้น มีชื่อว่า AP-CET Model มี 5

                  องค์ประกอบ ดังนี้ (1) A แทน Assessment หมายถึง การประเมินความพร้อมของผู้ป่วยและญาติ (2) P แทน

                  Plan หมายถึง การร่วมวางแผนดูแล (3) C แทน Care Continue หมายถึง การติดตามและดูแลต่อเนื่อง (4) E
                  แทน Evaluation หมายถึง การประเมินผลการดูแล และ (5) T แทน Technology หมายถึงการใช้

                  Application SMART AMR ในการประเมินและเยี่ยมผู้ป่วย

                         2. ผลลัพธ์ของการใช้รูปแบบฯ มีดังนี้
                               (1) อัตราการติดเชื้อดื้อยาในชุมชนลดลงกว่าก่อนใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญ (p<.01)

                               (2) อสม. มีความรู้สูงกว่าก่อนการสอน อย่างมีนัยสำคัญ (p<.01)
                              (3) Care giver มีพฤติกรรมการดูแลที่ถูกต้อง สูงกว่าก่อนใช้ อย่างมีนัยสำคัญ (p<.01)

                               (4) บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางของรูปแบบฯ ได้ร้อยละ 96

                              (5) บุคลากรมีความพึงพอใจต่อรูปแบบฯ ในระดับมากที่สุด (X=3.65, S.D.=0.49)

                  อภิปรายผล นำเสนอตามวัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้

                         1. รูปแบบการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในชุมชน (AP-CET Model) ที่พัฒนาขึ้นตามแนวคิด
                  การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของ สรพ. (2561) ที่กล่าวว่าจะต้องเป็นการดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วม

                  ของสหวิชาชีพ ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนาในครั้งนี้ โดยเป็นการร่วมมือกันตั้งแต่ในโรงพยาบาล
   598   599   600   601   602   603   604   605   606   607   608