Page 653 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 653
O32
และคณะ (2020) ที่พบว่าผู้ป่วย Stroke กลุ่มที่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบเข้มข้น มีประสิทธิผลของการฝึก
สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึกแบบเข้มข้นอยางมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลตามแนวทาง
กายภาพแบบใหม่นั้นสามารถฟื้นตัวได้ดีและทำกิจวัตรปะจำวันได้ดีขึ้น อีกทั้ง คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและ
คุณภาพชีวิตของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังใช้แนวทางแบบใหม่ก็ดีขึ้นและเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สอดคล้องกับ
การศึกษาของรัตนวลี พลายด้วง และคณะ (2567) ที่ได้ศึกษาผลของโปรมแกรมการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยระยะกลาง
จากโรงพยาบาลสู่บ้านและชุมชน แล้วคุณภาพชีวิตและสุขภาวะด้านสุขภาพ หลังเข้าร่วมโปรแกรมการฟื้นฟูจน
ครบ 6 เดือนมีค่าเพิ่มขึ้น การใช้แนวทางการดูแลทางกายภาพบำบัดแบบใหม่ในผู้ป่วยระยะกลาง 4 กลุ่มโรค
เป็นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยเวลาและความถี่ที่เหมาะสม เพื่อลดความพิการ
และเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมให้กับทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล เนื่องจากการฟื้นตัวของระบบประสาท หลังจากเกิด
โรคจะมีอัตราการฟื้นตัวที่เร็วในช่วง 3 – 6 เดือนแรก หลังจาก 6 เดือนแรก การฟื้นตัวของระบบประสาทจะช้า
ลงจนแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน สำหรับด้านความคุ้มทุนทางโรงพยาบาลสูญเสียงบประมาณใน
การจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าวเมื่อเทียบกับการที่สามารถเบิกเคลมกับทาง สปสช ได้นั้น
ทางโรงพยาบาลยังสามารถได้รับงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ความพึงพอใจของผู้ป่วยและชุมชนนั้นจุดเด่นคือ
ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมาฟื้นฟูที่โรงพยาบาลสามารถฟื้นฟูที่บ้านด้วยสิ่งแวดล้อมตามบริบทของแต่ละคน
ทำให้สามารถมีกิจวัตรประจำวันดีขึ้นได้
สรุปและข้อเสนอแนะ
แนวทางการดูแลทางกายภาพบำบัดแบบแนวทางใหม่นั้น สามารถนำมาใช้ในการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพ
ทางกายภาพบำบัดแบบเข้มข้นในผู้ป่วยระยะกลางทั้ง 4 กลุ่มโรค คือ Stroke, TBI, SCI และ Fragility hip
fracture ได้หลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ซึ่งมีผลทำให้ผู้ป่วยนั้นได้รับความถี่ในการฟื้นฟูที่เหมาะสม
มีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันที่ดีขึ้น ลดความพิการ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลดีขึ้น
อีกทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยได้

