Page 652 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 652
O31
แนวทางเดิม ปี 66 แนวทางแบบใหม่ ปี 67
7. นักกายภาพบำบัดทั้งเอกชนและโรงพยาบาล
ต้องบันทึกข้อมูลการเยี่ยมผ่าน Google form
ของทาง รพร. สว่างแดนดิน
8. กำหนดให้ทุก 1 เดือน นำเสนอผลปฏิบัติงาน
และนำเสนอปัญหาอุปสรรค ทบทวนเคส
แนวทางการปฏิบัติสำหรับ
ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด
กำหนดตัวชี้วัดให้ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด ดังนี้
1. จำนวนอุบัติการณ์ ไม่พร้อมในการให้การ
ช่วยเหลือนักกายภาพบำบัด
2. จำนวนอุบัติการณ์ ไม่พร้อมของอุปกรณ์ในรถ
เยี่ยมบ้าน ได้แก่ อุปกรณ์สำหรับตรวจประเมิน
อุปกรณ์เครื่องช่วยเดิน
3. จำนวนอุบัติการณ์ที่ไม่ได้ออกเยี่ยมบ้านตาม
ตาราง
ผลการศึกษา
ผลการศึกษา พบว่าคะแนนเฉลี่ย + ส่วนเบี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าความสามารถในการดำเนิน
ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยระยะกลางหลังใช้แนวทางการดูแลทางกายภาพบำบัดแบบใหม่ คือ 17.2 + 6.25 ซึ่ง
สูงกว่าก่อนใช้ คือ 5.95 + 4.66 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p-value เท่ากับ 0.00 นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบ
คุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วยก่อนใช้แนวทางแบบใหม่อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.83 และหลัง
การใช้แนวทางแบบใหม่ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเท่ากับ 3.45 ค่า p-value เท่ากับ 0.003 ในขณะที่คุณภาพชีวิตของ
ผู้ดูแลก็เพิ่มขึ้นเป็นแนวทางเดียวกันคือ ก่อนใช้แนวทางแบบใหม่คุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ดูแลอยู่ในระดับ
ปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.1 และหลังใช้แนวทางแบบใหม่ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเท่ากับ 3.38 ค่า p-value เท่ากับ
0.027 สำหรับข้อมูลด้านค่าใช้จ่ายหลังจากมีแนวทางแบบใหม่ ผู้ป่วยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และผู้ป่วย IMC ได้รับ
บริการเฉลี่ย 18 ครั้งอย่างต่อเนื่องตลอด 6 เดือน
อภิปรายผล
จากการศึกษาครั้งนี้เกี่ยวกับ ผลของการพัฒนาแนวทางการดูแลทางกายภาพบำบัดแบบเข้มข้น ใน
ผู้ป่วยระยะกลาง หลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลแบบใหม่ ปี 2567 พบว่าหลังการใช้แนวทางการดูแลทาง
กายภาพบำบัดแบบใหม่ ในผู้ป่วยระยะกลาง 4 กลุ่มโรคนั้น ผู้ป่วยมีค่าคะแนนความสามารถในการดำเนิน
ชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.00) สอดคล้องกับการศึกษาของพิชามญชุ์
สุวรรณฉัตร และคณะ (2564) ที่ได้ศึกษาผลลัพธ์ของโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยระยะกลางในการเพิ่ม
ความสามารถการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย Stroke, TBI และ SCI และการศึกษาของ Wattanapan

