Page 665 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 665
O44
การดูแล การทดลองใช้ระบบ และการประเมินผลและปรับปรุงจนได้รูปแบบที่เหมาะสม กลุ่มตัวอย่าง
ประกอบด้วยประชากร 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง 30 คน ญาติผู้ดูแลผู้ป่วย 30 คน
บุคลากรทางการแพทย์ 20 คน และผู้นำชุมชนในตำบลบุดี 20 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบ
เจาะจง (Purposive Sampling) จากคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ผู้ป่วยต้องพ้นภาวะวิกฤตมาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน
และสามารถให้ข้อมูลได้อย่างครบถ้วน การเก็บข้อมูลดำเนินการอย่างเป็นระบบใน 4 ขั้นตอน ได้แก่
การสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถามเพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกัน
เพื่อออกแบบระบบการดูแล การทดลองใช้ระบบในพื้นที่จริง และการประเมินผลลัพธ์พร้อมการสะท้อนผลและ
ปรับปรุงระบบ ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และตรวจสอบสาม
เส้า (Triangulation) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ขณะที่ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่
ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร่วมกับการทดสอบค่าความแตกต่าง (t-test) และการวิเคราะห์
ความแปรปรวน (ANOVA) เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังการทดลองใช้ระบบ ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่
การประเมินความเหมาะสมและประสิทธิภาพของระบบในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วย ญาติ และ
ชุมชน
ผลการศึกษา
จากผลการศึกษาในวัตถุประสงค์ที่ 1 พบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางมีความต้องการการ
ฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฟื้นฟูการเคลื่อนไหว การพูด และการ
ดูแลตนเอง ขณะที่ญาติผู้ดูแลส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และทักษะที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วย รวมถึงมีความกังวล
ต่อสภาพอนาคตของผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์เองยังไม่มีแนวทางการดูแลที่ชัดเจน โดยเฉพาะในระดับ
ชุมชน ซึ่งส่งผลให้การดูแลหลังออกจากโรงพยาบาลยังไม่มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่ำ สำหรับ
วัตถุประสงค์ที่ 2 การพัฒนาระบบการดูแลเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น
การจัดอบรมเพิ่มความรู้ให้แก่ญาติผู้ดูแลและอาสาสมัครในชุมชน การจัดตั้งทีมสนับสนุนในพื้นที่ และการใช้
เทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันติดตามอาการผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยร้อยละ 85 มีความสามารถในการทำกิจกรรม
ประจำวันเพิ่มขึ้น ญาติผู้ดูแลร้อยละ 92 มีความมั่นใจในการดูแลมากขึ้น และมีระดับความเครียดลดลงอย่าง
ชัดเจน ซึ่งสะท้อนผลเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตทั้งในระดับบุคคลและครอบครัว ขณะที่วัตถุประสงค์ที่ 3 พบว่าผล
การประเมินความพึงพอใจของชุมชนร้อยละ 90 แสดงความพึงพอใจในระดับสูงต่อระบบที่พัฒนา และร้อยละ
88 เห็นว่าระบบสามารถปรับใช้ได้ในพื้นที่อื่นได้อย่างเหมาะสม
ตารางที่ 1 เปรียบเทียบผลลัพธ์ของกลุ่มผู้ป่วยก่อนและหลังการใช้ระบบการดูแลที่พัฒนา
ก่อนการพัฒนา (เฉลี่ย หลังการพัฒนา (เฉลี่ย ความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ
ดัชนีวัดผล
± SD) ± SD) ทางสถิติ
ความสามารถในการเดิน 3.2 ± 1.5 4.8 ± 1.2 p < 0.05
ความสามารถทำกิจวัตร 2.8 ± 1.8 4.5 ± 1.3 p < 0.05
ประจำวัน
ความพึงพอใจต่อการดูแล 3.4 ± 1.6 4.7 ± 1.1 p < 0.05

