Page 751 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 751
R25
การศึกษาชีวกลศาสตร์ เปรียบเทียบความแข็งแรงของแรงสกรูยึดตรึงหลังระหว่างกลุ่ม
ที่เสริมความแข็งแรงด้วยการพอกซีเมนต์บริเวณสกรู, การใส่ซีเมนต์หลังจากการทำ
vertebroplasty และการยึดสกรูโดยไม่ใช้ซีเมนต์ ในการยึดปล้องกระดูกสันหลังส่วนเอว
ในกระดูกหมู
นายจักรพันธ์ ตันตระการสกุล และนายพงศกร กาญจนะ
โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เขตสุขภาพที่ 12
ประเภท นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การที่สังคมเข้าสู่ยุคผู้สูงอายุส่งผลให้ในปัจจุบันเราพบกับผุ้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านกระดูกสันหลัง
ร่วมกับภาวะกระดูกพรุนมากขึ้น โดยผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหา
การใช้สกรูยึดตรึงกระดูกหลัง (Pedicle screw) และการเชื่อมข้อกระดูกหลัง (Spinal fusion) เป็นวิธีที่เรา
นิยมใช้ในการรักษาความผิดปกติของกระดูกหลัง อย่างไรก็ตามภาวะการถอนหรือการขยับของสกรู ตรึงกระดูก
สามารถพบได้หลังการผ่าตัดโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุน จากการศึกษาพบว่า การนำซีเมนต์
กระดูก (bone cement) เข้ามาช่วยในการยึดตรึงสกรูและกระดูก สามารถเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง
การยึดตรึงหลังได้โดยวิธีที่เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ การทำ vertebroplasty หรือ kyphoplasty
ก่อนการใส่สกรูและวิธีถัดมา คือ การใช้ซีเมนต์กระดูกพอกบริเวณสกรูก่อนการใส่ลงไปในกระดูก จากการศึกษา
ในปัจจุบันยังไม่มีการรายงานถึงความแข็งแรงของการยึดเกาะสกรูเปรียบเทียบกันระหว่าง 2 วิธีนี้
ทางคณะผู้วิจัย ได้ทำการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพความแข็งแรงของแรงดึงของเพดิเคิลสกรู
ที่เสริมความแข็งแรงด้วยการพอกซีเมนต์กระดูกบริเวณสกรู, การทำ vertebroplasty หรือ kyphoplasty
ก่อนการใส่สกรู และการใส่สกรูโดยไม่มีซีเมนต์กระดูกในการยึดปล้องกระดูกสันหลังส่วนเอวในกระดูกหมู
วัตถุประสงค์การศึกษา
เปรียบเทียบความแข็งแรงของแรงดึงสกรูในการใช้ซีเมนต์กระดูกร่วมกับสกรูในการยึดตรึงกระดูก
ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อที่จะได้สามารถนำไปใช้ในการผ่าตัดรักษาคนไข้ให้ได้ประโยขน์สูงสุดในการรักษามีโอกาส
เกิดภาวะข้างเคียงต่ำ ง่ายต่อการนำไปใช้และใช้งบประมาณคุ้มค่าในการรักษา
วิธีการศึกษา
ตัวอย่าง การทดลองใช้กระดูกสันหลังส่วนเอวข้อที่ 4 และ 5 ของหมูจำนวน 30 ข้อ โดยคำนวณจากสูตร
Output :
- Z(0.95) = 1.96, Z(0.8) = 0.84,
- Mean in group1 (μ1) = 834.0, SD. in group1 = 75.0,
- Mean in group2 (μ2) = 699.0, SD. in group2 = 83.0,

