Page 753 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 753
R27
ผลการทดสอบแรงดึงจนหลุดของแต่ละกลุ่มมีค่าเฉลี่ย ดังนี้ กลุ่มที่ 1 : ใส่สกรูโดยที่ไม่มีการใช้ซีเมนต์
กระดูก 402 นิวตัน , กลุ่มที่ 2 การทำvertebroplasty หรือ kyphoplasty ก่อนการใส่สกรู 676 นิวตัน
และกลุ่มที่ 3 พอกซีเมนต์กระดูกบริเวณสกรู ก่อนการใส่สกรู 646 นิวตันตามลำดับ เมื่อทำการเปรียบเทียบ
ระหว่างกลุ่มที่ 1 กับกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 พบว่า กลุ่มที่ 2 และ3 มีความแข็งแรงมากกว่ากลุ่มที่ 1 อย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001 and p < 0.001) และความแข็งแรงในกลุ่มที่ 2 ไม่มีความแตกต่างอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ 3 (p = 0.19340)
อภิปรายผล
การใช้ซีเมนต์กระดูกเข้ามาช่วยเสริมในการยึดเกาะของสกรูและกระดูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถเพิ่มแรงยึด
เกาะได้ แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการผ่าตัดในการนำซีเมนต์กระดูกไปใช้มีความหลากหลายและแตกต่างกันไปตาม
ความพร้อมและความสามารถของโรงพยาบาลที่ทำการรักษา ในปัจจุบันมีการวิธีที่นำมาใช้ในการทำคือการทำ
vertebroplasty หรือ kyphoplasty ก่อนการใส่สกรูโดยวิธีนี้สามารถเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสกรูและกระดูก
ได้ดี แต่ต้องแลกกับการผ่าตัดที่ใช้เวลานานขึ้น ใช้ทักษะการผ่าตัดที่มากขึ้นและโอกาสที่เกิดการไหลของซีเมนต์
กระดูก ไปในบริเวณที่เป็นอวัยวะสำคัญ นอกจากนั้นมีการออกแบบสกรูยึดตรึงหลังที่สามารถฉีดซีเมนต์กระดูก
เข้าผ่านสกรูได้โดยตรง เพื่อง่ายต่อการผ่าตัดลดโอกาสเกิดการไหลของซีเมนต์กระดูกไปในบริเวณต่าง ๆ และลดระยะเวลา
ในการผ่าตัด แต่ต้องแลกมากับราคาค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการใช้สกรูยึดตรึงหลังแบบทั่วไปถึงเท่าตัวตัวและมีให้ใช้
ในบางพื้นที่ การพอกซีเมนต์กระดูกบริเวณสกรูก่อนการใส่สกรูเป็นวิธีที่สามารถทำได้โดยทั่วไปโดยไม่ต้องใช้
เวลาในการผ่าตัดที่เพิ่มมากขึ้น และลดความเสี่ยงของการไหลของซีเมนต์กระดูกและสามารถทำได้โดยใช้สกรู
ยึดตรึงหลังแบบทั่วไป
จากการทดลองจะพบว่าการพอกซีเมนต์กระดูกบริเวณสกรูก่อนการใส่สกรู เป็นการเพิ่มแรงยึดเกาะ
ของสกรูกับกระดูกได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับการใส่สกรูโดยไม่ใช้ซีเมนต์กระดูก และมีความแข็งแรงใกล้เคียง
การทำด้วยวิธี vertebroplasty หรือ kyphoplasty ก่อนการใส่สกรูในปริมาณซีเมนต์กระดูกที่เท่ากัน
สรุปและข้อเสนอแนะ
การพอกซีเมนต์กระดูกบริเวณสกรูก่อนการใส่สกรูเป็นอีกหนึ่งวิธีการผ่าตัดที่เพิ่มความแข็งแรงของการยึดเกาะ
ระหว่างสกรูและกระดูกได้ดี ง่ายต่อการนำไปประยุกต์ใช้มีโอการเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยและลดการใช้
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุน และต้องทำการรักษาโดยใช้สกรูยึดตรึงหลัง
อย่างไรก็ตาม ในการมีวิจัยนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของตัวอย่างกระดูกที่นำมาใช้ในการทดลองซึ่งอาจจะมี
ข้อแตกต่างจากกระดูกจริงเมื่อนำไปใช้จริงและการทดสอบนี้เป็นการทดสอบในห้องทดลอง ค่าที่ได้จึงอาจจะ
ไม่ใช่ค่าความแข็งแรงจริงที่สกรูสามารถรับได้เมื่อนำไปใช้ในการรักษาจริง จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
ในการนำไปประยุกต์ใช้จริงอีกครั้ง

