Page 748 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 748
R22
การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังการเกิดภาวะ Compartment syndrome
ในผู้ป่วยกระดูกขาท่อนล่างหักแบบปิดหอผู้ป่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลมุกดาหาร
Development of nursing practice guidelines for monitoring the occurrence of
compartment syndrome in patients with closed lower leg fractures
Orthopedic surgery department Mukdahan Hospital
นางสาววงเดือน มงคลสุภา, นางสาวเพ็ญประภา นาโสก และ นางสาวจารุวรรณ วังคะฮาด
โรงพยาบาลมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ภาวะ Compartment syndrome เป็นภาวะฉุกเฉินที่สำคัญในผู้ป่วยบาดเจ็บกระดูกและข้อ
พบได้บ่อยคือ บริเวณขาส่วนล่าง ตำแหน่ง Anterior and deep posterior compartment ร้อยละ 36
จากการเพิ่มขึ้นของความดันในช่องกล้ามเนื้อจะกดการไหลเวียนหลอดเลือดฝอยและการทำงาน
ของเส้นประสาททำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดมาเลี้ยงและเน่าตายได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดการสูญเสียอวัยวะ
เกิดความพิการ เส้นประสาทสูญเสียหน้าที่ในรายที่อาการรุนแรงอาจเสียชีวิตได้
สถิติผู้มารับบริการในหอผู้ป่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลมุกดาหาร ปี 2564 - 2566
จํานวน 1,113, 1,349 และ 1,380 ราย ตามลำดับซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นและในปี 2566 พบกระดูกแขนหัก
จำนวน 515 ราย คิดเป็นร้อยละ 37.31 กระดูกขาหักจำนวน 280 ราย คิดเป็นร้อยละ 20.28 รักษาโดยการผ่าตัด
ใส่เหล็กยึดตรึงกระดูกภายใน 575 ราย คิดเป็นร้อยละ 72.32 การใส่เฝือก 220 ราย คิดเป็นร้อยละ 27.67
และพบผู้ป่วยมีภาวะ compartment syndrome ต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติมโดยการผ่าตัดทำ fasciotomy
ตำแหน่งแขน 3 ราย ตำแหน่งขา 5 ราย และได้รับการแก้ไขโดยการตัดเฝือกออก 7 ราย ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์
ตัวชี้วัดของหน่วยงานที่ตั้งไว้อัตราการเกิดภาวะ Compartment syndrome ในผู้ป่วยกระดูกขาท่อนล่างหัก
แบบปิด เท่ากับ 0
ด้านการปฏิบัติทางการพยาบาลจากการร่วมประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มงาน
การพยาบาลออร์โธปิดิกส์ หัวหน้าหอผู้ป่วยและพยาบาลผู้ปฏิบัติงานพบว่า ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการเฝ้าระวัง
ภาวะ Compartment syndrome ความถี่ในการประเมินหรือเฝ้าระวังในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงแต่ละรายการ
รายงานแพทย์ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของพยาบาลแต่ละคนในกลุ่มงานออร์โธปิดิกส์มีพยาบาลที่มีระดับ
Competency ระดับ Novice ร้อยละ 22 พยาบาลมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วย การประเมินการเฝ้าระวัง
ติดตามอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องจึงมีความสำคัญอย่างมาก หากสามารถประเมินความเสี่ยง
ที่อาจจะเกิดภาวะนี้ได้ตั้งแต่ในระยะแรกและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ
Compartment syndrome ทั้งนี้พยาบาลต้องมีความรู้เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ (Specific competency)

