Page 823 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 823

T50

                  พบว่าพยาบาล มีความสำคัญและมีบทบาทหลักในการดูแลแบบประคับประคอง พยาบาลมีบทบาทในการดูแล

                  แบบประคับประคองในระดับมาก คือ การบรรเทาความไม่สุขสบาย เช่น การไอ ท้องผูก ฯลฯ (Mean= 71.55,
                  SD= 32.82) รองลงมา คือ การจัดการ/ช่วยบรรเทาอาการปวด (Mean= 70.33, SD= 34.07), การให้ความรู้

                  และฝึกทักษะการดูแลของผู้ดูแลและญาติ (Mean= 69.55, SD= 35.97) และการดูแลตามปัญหาและความต้องการ

                  (Mean= 69.33, SD= 35.82) ตามลำดับ รวมถึงการสร้างเครือข่ายในชุมชน การให้ความรู้แก่ผู้ดูแล ตลอดจน
                  การประสานงานในระยะท้าย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของหน่วยบริการปฐมภูมิที่เป็นหน่วยบริการหลัก

                  ในชุมชนในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ ที่สำคัญคือการวางแผนการดูแลล่วงหน้า (ACP) มีการดำเนินการอย่างเป็น

                  ระบบมากกว่าในระดับโรงพยาบาล โดยมีสัดส่วนการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 สูงกว่าหน่วย
                  ปฐมภูมิ และมีผลต่อการลดความขัดแย้งในครอบครัวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หน่วยปฐมภูมิยังมีบทบาท

                  ในการเริ่มต้นกระบวนการ ACP ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะใน รพ.สต. เน้นกระบวนการดูแลในทุกระดับ
                  ประกอบด้วยการประเมิน เตรียมแผน การดูแลที่บ้าน การประสานเครือข่าย และการติดตามหลังการสูญเสีย

                  โดยโรงพยาบาลมีแนวทางที่เป็นระบบมากกว่า ขณะที่หน่วยปฐมภูมิจะดำเนินการตามทรัพยากรที่มี
                  และการสนับสนุนของชุมชน

                         อุปสรรคหลักที่พบ ได้แก่ การขาดนโยบายเฉพาะด้านในระดับปฐมภูมิ ขาดโอกาสในการฝึกอบรม

                  บุคลากร ทรัพยากรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะยาแก้ปวดชนิดฉีดออกนอกโรงพยาบาล เครื่องมือและอุปกรณ์
                  ภาระงานเพิ่มสูงขึ้น และช่องว่างในการประสานงานระหว่างโรงพยาบาลกับหน่วยบริการปฐมภูมิและชุมชน

                  อุปสรรคเหล่านี้ส่งผลให้การดูแลมีความไม่ต่อเนื่องและขาดประสิทธิภาพ

                  5. อภิปรายผล

                         ผลการศึกษากระบวนการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในจังหวัดนครศรีธรรมราชพบว่า คุณภาพชีวิต

                  ของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 66.24 ในวันแรกรับเป็น 80.20 ในวันจำหน่าย และสูงถึง 85.80
                  เมื่อติดตามเยี่ยมหลังจำหน่าย การดูแลนี้มีประสิทธิผลในการบรรเทาอาการรบกวนของผู้ป่วย โดยเฉพาะอาการปวด

                  อ่อนเพลีย และความวิตกกังวล โดยพยาบาลในระดับปฐมภูมิมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความไม่สุขสบาย

                  (Mean=71.55) การจัดการอาการปวด (Mean=70.33) การให้ความรู้แก่ผู้ดูแลและญาติ (Mean=69.55)
                  และการดูแลตามความต้องการเฉพาะบุคคล (Mean=69.33) อย่างไรก็ตามยังพบความแตกต่างระหว่าง

                  การดูแลในโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ โดยโรงพยาบาลมีการวางแผนการดูแลล่วงหน้า (ACP)
                  ที่เป็นระบบมากกว่า และมีสัดส่วนการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 สูงกว่า ซึ่งช่วยลดความขัดแย้ง

                  ในครอบครัว

                         ปัญหาอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ การขาดนโยบายเฉพาะด้านในระดับปฐมภูมิ ข้อจำกัดในการฝึกอบรม
                  บุคลากร ทรัพยากรไม่เพียงพอโดยเฉพาะยาแก้ปวดชนิดฉีดนอกโรงพยาบาล ภาระงานที่เพิ่มขึ้น และช่องว่าง

                  ในการประสานงานระหว่างโรงพยาบาล หน่วยบริการปฐมภูมิ และชุมชน สอดคล้องกับผลการศึกษาระดับ
                  นานาชาติที่พบว่าการขาดการสนับสนุนเชิงนโยบาย ทรัพยากรจำกัด และการประสานงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ

                  เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการดูแลแบบประคับประคองที่มีคุณภาพ
   818   819   820   821   822   823   824   825   826   827   828