Page 1012 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 1012
W4
อภิปรายผล
ระยะที่ 1 Pre - Hospital จากกิจกรรม Spot Mapping EMS และ Education To population :
“Early warning Signs ” คนในครัวเรือนและคนข้างบ้านกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยง ผลการพัฒนาเข้าถึงผู้ป่วย
Acute Ischemic Stroke ผลลัพธ์ด้านการเข้าถึงบริการ ในจำนวนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 540 ราย พบร้อยละ
ผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับบริการ จำนวน 53 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.81 ของกลุ่มตัวอย่าง (ตารางที่ 1)
ในจำนวนดังกล่าว พบเข้าถึงบริการได้ทันเวลา มีระยะเวลา Onset Time ภายใน 3 ชั่วโมง ได้รับการดูแลใน
ระบบช่องทางด่วนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Fast Track) หลังพัฒนามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 31.55
ในปี 2566 เป็นร้อยละ 53.85 และร้อยละ 57.63 ในปี 2567 - 2568 (5 เดือน) และร้อยละการเข้าถึงบริการ
ด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉิน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13.10 ในปี 2566 เป็นร้อยละ 20.19 ในปี 2567
(ตารางที่ 2) ระยะที่ 2 In - hospital กลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับบริการช่องทางด่วนที่เดินทางมาเอง ได้รับการส่งต่อ
โรงพยาบาลแม่ข่าย ผลลัพธ์หลังพัฒนา พบระยะเวลาการส่งต่อเฉลี่ย (Door to Refer) มีแนวโน้มลดลง
จาก 57 นาที ในปี 2566 ลดลงเหลือ 28.40 นาที (ตารางที่ 3) สำหรับผลลัพธ์ด้านการเข้ารับบริการช่องทาง
ด่วนหลังพัฒนารูปแบบในกลุ่มผู้ป่วย Acute Ischemic Stroke ที่เข้าถึงด้วยระบบ EMS และได้รับยาละลาย
ลิ่มเลือด พบระยะเวลาเฉลี่ยในการรับบริการลดลง ในทุกขั้นตอน ได้แก่ Door to CT มีระยะเวลาเฉลี่ยลดลง
จาก 16 นาที เหลือ 3 นาที และ Door to Diagnosis มีระยะเวลาเฉลี่ยลดลงจาก 31.33 นาที เหลือ 11 นาที
ส่งผลให้พบระยะเวลาเฉลี่ยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดหลังมาถึงโรงพยาบาล (Door to Needle Time)
ลดลง จาก 47 นาที เหลือ 26 นาที และระยะเวลาเฉลี่ยส่งต่อหลังถึงโรงพยาบาล (Door to Refer) ลดลงจาก
39 นาที เหลือ 28 นาที (ตารางที่ 4) รวมทั้งผู้ป่วยที่มีเกณฑ์ได้รับยาละลายลิ่มเลือดหลังส่งต่อ ได้รับยาทันเวลา
ร้อยละ 100 (9 ราย)
สรุปและข้อเสนอแนะ
ผลลัพธ์ในการพัฒนารูปแบบการเข้าถึงและเข้ารับบริการโรคหลอดเลือดสมอง (Acute Ischemic
Stroke) มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนการพัฒนา การเข้าถึงบริการด้วยระบบ EMS สามารถลดระยะเวลา
การให้บริการ In-Hospital ได้ดีกว่าการเข้าถึงบริการด้วยการมาเอง เนื่องจากการปรับระบบบการเตรียมความ
พร้อมของผู้ป่วยและทีมผู้ดูแลก่อนเข้าถึงบริการ In-Hospital และอีกปัจจัยหนึ่งจากกิจกรรมเชิงรุกในชุมชน
Early Warning Signs & Mapping EMS ให้ความรู้อาการเตือนที่ต้องมาโรงพยาบาลโดยเครือข่ายมีส่วนร่วม
ในการขับเคลื่อน ด้านการเข้ารับบริการ In-Hospital สามารถลดระยะเวลาได้ในทุกขั้นตอนปัจจัยหนึ่งจากการ
พัฒนาระบบบริการช่องทางด่วนโดยทีมสหวิชาชีพ ส่งผลให้เข้าถึงยาละลายลิ่มเลือด และส่งต่อได้ทันเวลา
สัมพันธ์อัตราการเสียชีวิต และความพิการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดมองที่มีแนวโน้มลดลง
ข้อเสนอแนะ
1. ควรพัฒนา Database ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นฐานในการเชื่อมโยงข้อมูลในทุกระดับบริการ
2. ควรส่งเสริมกิจกรรมเชิงรุกในชุมชน ในการกำหนดนโยบาย เร่งค้นหากลุ่มเสี่ยงในชุมชน (CVD Risk >
3 0 %) Health Literacy เพิ่มการเข้าถึงการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ในกลุ่มอายุ 15-34 ปี
ที่มี BMI ≥ 25 กลุ่มที่ใช้ยาคุมกำเนิด กลุ่มที่ใช้สุราและบุหรี่

