Page 1069 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 1069

Y1

                     การพัฒนาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปห้องผ่าตัดเพื่อทำผ่าตัดเจาะคอโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ

                                        ชนิดควบคุมปริมาตรและแรงดันแบบเคลื่อนย้าย



                                                         นายแพทย์ไชยวัฒน์ ส่งเสริมปัญญากุล นางสาวสุติยา อายุหมั้น
                                                                 โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เขตสุขภาพที่ 1

                                                                                                        ประเภท วิชาการ


                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         การผ่าตัดเจาะคอในผู้ป่วยอายุรกรรมที่ใส่ท่อช่วยหายใจเป็นหัตถการที่สำคัญ แต่พบปัญหาระยะเวลา
                  ช่องว่างระหว่างสิ้นสุดการผ่าตัดเคสก่อนหน้ากับเริ่มผ่าตัดเคสถัดไป (gap time) ใช้เวลานานไม่น้อยกว่า 40 นาที

                  ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้ห้องผ่าตัด ตามวิธีปฏิบัติเดิม เมื่อผู้ป่วยเคสก่อนหน้าเสร็จสิ้นการผ่าตัด

                  จึงสามารถประสานให้หอผู้ป่วยส่งผู้ป่วยที่จะมาเจาะคอมาห้องผ่าตัดได้ โดยใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจแบบมือบีบ
                  (Ambu bag) ระหว่างการเคลื่อนย้าย โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่มีผู้ป่วย

                  วิกฤตจำนวนมากที่ต้องได้รับการผ่าตัดเจาะคอ อันเนื่องมาจากต้องใส่ท่อช่วยหายใจเป็นระยะเวลานาน
                  การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ห้องผ่าตัดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก

                  กลุ่มงานวิสัญญี และกลุ่มงานพยาบาลห้องผ่าตัด จึงได้ร่วมกันพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานใหม่

                  โดยการนำเครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและแรงดันแบบเคลื่อนย้าย (transport ventilator)(รูปที่ 1)
                  มาใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย วิธีปฏิบัติใหม่นี้ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมาถึงบริเวณห้องผ่าตัดล่วงหน้าได้

                  โดยหากห้องผ่าตัดยังไม่พร้อมอันเนื่องจากผู้ป่วยเคสก่อนหน้ายังไม่สามารถย้ายออกจากห้องได้ทัน

                  หรืออยู่ระหว่างการเตรียมห้องผ่าตัด ผู้ป่วยยังสามารถรอที่ห้องรอผ่าตัดอย่างปลอดภัยโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ
                  แบบเคลื่อนย้าย ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ห้องผ่าตัด


                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                         เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาช่องว่างระหว่างสิ้นสุดการผ่าตัดเคสก่อนหน้ากับเริ่มผ่าตัดเคสถัดไป

                  (gap time) ในกลุ่มที่ใช้ Ambu bag กับกลุ่มที่ใช้ transport ventilator ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่จะเจาะคอ
                  มาห้องผ่าตัด


                  วิธีการศึกษา
                         การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลัง (retrospective analytical study) ประชากร

                  และกลุ่มตัวอย่าง ผู้ป่วยในโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567

                  ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เกณฑ์คัดเข้า : ผู้ป่วยอายุมากกว่า 18 ปี, ได้ทำหัตถการ tracheostomy (ICD-9:311),
                  หัตถการทำโดยแพทย์รหัสกลุ่มงานโสต ศอ นาสิก เกณฑ์คัดออก : ผู้ป่วยที่ทำผ่าตัดเจาะคอกรณีเร่งด่วน

                  และผู้ป่วยที่ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ 204 ราย มีผู้ป่วยคัดออกเนื่องจากไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ 17 ราย
                  เหลือตัวอย่างสุดท้ายจำนวน 187 ราย เนื่องจากการใช้ transport ventilator ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
   1064   1065   1066   1067   1068   1069   1070   1071   1072   1073   1074