Page 1073 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 1073
Y5
ผลการศึกษา
หลังการให้ความรู้ในการดูแลท่อหลอดลมคอด้วยหุ่นจำลองของผู้ดูแลมีคะแนนเฉลี่ยก่อนให้ความรู้
ที่ 6.2 คะแนน (±2.3) และมีคะแนนเฉลี่ยหลังให้ความรู้ที่ 7.9 คะแนน (±1) ด้านทักษะของผู้ดูแลผู้ป่วยเจาะคอ
ก่อนให้ความรู้มีคะแนนเฉลี่ยที่ 7.9 คะแนน (±3.8) และผู้ดูแลมีทักษะของการดูแลผู้ป่วยเจาะคอหลังให้ความรู้
มีคะแนนเฉลี่ยที่ 11.7 คะแนน (±1) ความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความรู้และทักษะของผู้ดูแล พบว่าคะแนน
เฉลี่ยของผู้ดูแลผู้ป่วยเจาะคอหลังการให้ความรู้ สูงกว่าก่อนการให้ความรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.001)
ความพึงพอใจด้านการสอน สาธิตการดูแลท่อหลอดลมคอด้วยหุ่นจำลองมีความพึงพอใจในระดับ
มากที่สุดได้คะแนน 3.68 (±4.7) รองลงมาได้แก่ด้านประโยชน์ในการสอน สาธิตการดูแลท่อหลอดลมคอ
ด้วยหุ่นจำลอง ได้คะแนน 3.68 (±5.2) และด้านความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยด้วยหุ่นจำลองได้คะแนน 3.5 (±5.6)
อภิปรายผล
จากการศึกษาผลของทักษะและการปฏิบัติตัวหลังให้ความรู้ด้วยหุ่นจำลอง พบว่าหลังการให้ความรู้
ในการดูแลท่อหลอดลมคอด้วยหุ่นจำลอง ผู้ดูแลมีความรู้และทักษะการดูแลผู้ป่วยเจาะคอเพิ่มขึ้นกว่าก่อน
การให้ความรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P<0.001 ในด้านความรู้ ผู้ดูแลมีความรู้เกี่ยวกับการเจาะคอ
ด้านการดูแลผู้ป่วย ข้อควรระวังท่อเจาะคอ อาการผิดปกติที่ต้องมาพบแพทย์ และการใช้สื่อการสอนสาธิต
ย้อนกลับด้วยหุ่นจำลองท่อเจาะคอและฝึกปฏิบัติ ช่วยให้ผู้ดูแลได้จดจำวิธีปฏิบัติการดูแลท่อหลอดลมคอ
ได้ดียิ่งขึ้น เกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเอง และรู้สึกว่าตนเองมีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยเจาะคอ
เกิดความพึงพอใจ
สรุปและข้อเสนอแนะ
การให้ความรู้การดูแลท่อหลอดลมคอด้วยหุ่นจำลอง ทำให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยเจาะคอ
โดยทำการสอนอย่างมีแบบแผนเป็นรายบุคคล มีการประเมินซ้ำหลังการสอน จะทำให้ผู้ดูแลมีความรู้ทักษะ
และการปฏิบัติตัวได้ถูกต้องตามมาตรฐานการดูแลท่อหลอดลมคอ เมื่อต้องกลับไปทำเองที่บ้าน
และลดอุบัติการณ์ท่อหลอดลมอุดตัน, สกปรกและท่อหลอดลมคอหลุดได้ ในด้านการขยายผลหากมีการใช้
นวัตกรรมหุ่นจำลองต่อระบบชุมชน เช่น โรงพยาบาลชุมชนในเครือข่ายและอสม. อาจช่วยลดอุบัติการณ์
ความเสี่ยงต่าง ๆ เพิ่มทักษะการดูแลท่อหลอดลมคอแก่ผู้ดูแล
ภาพประกอบ
หุ่นทางการแพทย์ หุ่นแขวนพลาสติก

