Page 210 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 210
D42
ปัจจัยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยาพ่นสูด Inhaler corticosteroids (ICS)
คลินิกโรคหืดเด็ก
นางพรสวรรค์ ชิณกธรรม
โรงพยาบาล 50 พรรษามหาวิชราลงกรณ จังหวัดอุบลราชธานี เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
โรคหืดเป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรังที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งวัยเด็กและ
วัยผู้ใหญ่ อุบัติการณ์โรคหืดในเด็กพบมากขึ้น จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี ค.ศ. 2019 จำนวน
ผู้ป่วยโรคหืดทั่วโลก สูงถึง 262 ล้านคน และเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 461,000 คน จากสถิติโรคหืดเด็ก
โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ในช่วงปีงบประมาณ 2563 - 2565 ตามตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ข้อมูลแสดงตัวชี้วัดในการดำเนินงานโรคหืดเด็ก โรงพยาบาล 50 พรรษา
จากข้อมูลพบว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดในผู้ป่วยโรคหืดเด็ก คือ ความร่วมมือในการใช้ยาผู้ป่วยพ่นยา
โดยเฉพาะ Inhaler corticosteroids (ICS) พ่นยาไม่สม่ำเสมอ การใช้ยาพ่นสูด Inhaler ไม่ถูกวิธี การเกิดผลข้างเคียง
จากการใช้ยาพ่น ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลขาดความรู้เรื่องโรคและยา ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน
และนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น
วัตถุประสงค์การศึกษา
ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยาพ่นสูด Inhaler corticosteroids (ICS) ในคลินิกโรคหืดเด็ก
เพื่อนำมาปรับปรุงการบริบาลทางเภสัชกรรมคลิกนิกโรคหืดเด็ก โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ
วิธีการศึกษา
1. พัฒนาระบบงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยโรคหืด ที่ได้รับยาพ่นสูด ICS
ณ คลินิกผู้ป่วยนอกโรคหืด โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ตั้งแต่วันที่ เริ่ม 1 มกราคม 2566 ถึง
30 กันยายน 2566 เครื่องมือ คือ แบบสอบถามและสัมภาษณ์ ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ดูแล
และผู้ป่วยเด็ก ส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับโรคหืด ส่วนที่ 3 เทคนิคการใช้ยาสูดพ่น อาการไม่พึงประสงค์จากยา
ส่วนที่ 4 ความร่วมมือในการใช้ยาพ่นสูด โดยใช้วิธีการนับจำนวนยาพ่นสูด ICS ที่เหลือของผู้ป่วยและ
การสัมภาษณ์ผู้ป่วยหรือผู้ดูแล วิเคราะห์ผลด้วยสถิติเชิงพรรณนา แสดงแบบร้อยละและค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบ
ความร่วมมือในการใช้ยาด้วยสถิติ การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก (Logistic regression analysis)

