Page 262 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 262
E35
เฝ้าระวังและค้นหากลุ่มเสี่ยงพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก อาการยังไม่รุนแรง ทำให้สามารถควบคุมได้ง่ายและ
2) การดูแลต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำ โดยศึกษาในพื้นที่อำเภอยางสีสุราช ดำเนินการวิจัย เดือนตุลาคม
2564 - กันยายน 2567 เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึก สนทนากลุ่ม แบบรวบรวม
ข้อมูลทั่วไป แบบประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (OAS) แบบประเมินต่างๆ ทางจิตเวช แบบประเมินความ
พึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เชิงคุณภาพใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหา ผู้มีส่วนร่วมใน
การศึกษา ประกอบด้วย 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มที่ร่วมพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มี
พฤติกรรมเสี่ยง SMI-V ผู้วิจัยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 55 คน 2) กลุ่มผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มี
พฤติกรรมเสี่ยง SMI-V ในช่วงระยะเวลาการวิจัย เลือกแบบเจาะจง รหัส ICD10 (F20 - F29) เกณฑ์การ
ประเมินอาการ 5 สัญญาณเตือน รวมจำนวน 35 ราย ขั้นตอนวิจัย ศึกษาปัญหาและสถานการณ์ โดยการเก็บ
รวบรวมข้อมูล ทบทวนอุบัติการณ์ ประชุมระดมสมองบุคลากรทีมสหวิชาชีพ สังเกตการดูแลผู้ป่วย นำข้อมูลมา
วิเคราะห์ เพื่อนำสู่การพัฒนารูปแบบ นำรูปแบบการดูแลไปทดลองปฏิบัติกับผู้ป่วย 3 รายก่อนนำไปใช้จริง
พัฒนาปรับปรุงขณะปฏิบัติงานและประเมินผล
ผลการศึกษา
พบว่าการพัฒนารูปแบบการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชระยะ Acute Care โดยการมีส่วนร่วม
ของสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายในชุมชน คือ Y-A-N-G-S-I Model ประกอบด้วย 1) Y= Yield good referral
system การส่งต่อผู้ป่วยที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ 2) A = Assessment : การประเมินเพื่อจัดระดับความ
รุนแรง 3) N = Network and collaboration of community : การมีเครือข่ายและส่วนร่วมของทีม
สหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายในชุมชน 4) G = Grouping patient care : การจัดกลุ่มการดูแลผู้ป่วยตามความ
รุนแรง 5) S = Supporting : การขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการ พชอ. 6) I = Improve skill
personel : การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ประเมินผล พบว่าผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดฉุกเฉินได้รับการ
ประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวและจัดการดูแลตามความเร่งด่วน แก้ไขอาการสำคัญที่เป็นอันตรายอย่างทันท่วงที
ตามระดับความรุนแรง : กึ่งเร่งด่วน (สีเหลือง) 9, 10 คน เร่งด่วน (สีส้ม) 6, 10 คน ฉุกเฉิน (สีแดง) 7, 15 คน
ผู้ป่วยกลุ่มสีแดง/ส้มได้รับจัดการอาการให้สงบและส่งต่อ 98.58% กลุ่มสีเหลืองได้รับการจัดการอาการสงบ
และดูแลรักษาจนปลอดภัย 95% และเตรียมความพร้อมก่อนจำหน่าย 97.67% อาการกำเริบลดลง ร้อยละ
44.12 เป็น 14.29 และเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเหลืองและสีเขียว จำนวน 6 คน ไม่พบอุบัติการณ์ทำร้ายตนเอง
หรือผู้อื่น
อภิปรายผล
ตามข้อเสนอแนะ ดังนี้ วัตถุประสงค์ข้อที่ 1. เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพปัญหาการจัดระบบ
บริการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดระยะ Acute Care พบว่า ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 90 รักษาไม่ต่อเนื่อง
ขาดยา ขาดผู้ดูแล ผู้ดูแลเป็นผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ปัจจัยการกระตุ้น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินญาติหรือผู้ดูแล
ชุมชนยังขาดทักษะ ความรู้ในการจัดการเบื้องต้นหรือประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บทบาทดูแล
ช่วยเหลือในแต่ละวิชาชีพ และแนวทางปฏิบัติยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละครั้ง
ซึ่งสอดคล้องกับชัยวุฒิ สุขสมานวงศ์ ที่ได้ศึกษา การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อ
ความรุนแรงโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา พบว่าการดำเนินงานยังไม่เชื่อมประสาน
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทัศนคติเชิงลบต่อผู้ป่วยระหว่างชุมชนกับผู้ป่วย ดังนั้นบทบาทของชุมชนกับการดูแล
เฝ้าระวังยังไม่ครอบคลุมอาการแสดงมีความซับซ้อนและมีรูปแบบแตกต่างกันไป จากปัญหาดังกล่าวนำสู่การ
วิจัยและพัฒนาตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด

