Page 263 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 263
E36
ระยะ Acute Care โดยการมีส่วนร่วมของสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายในชุมชนที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ คือ
Y-A-N-G-S-I Model ประกอบด้วย 1) Y = Yield good referral system การส่งต่อผู้ป่วยที่ชัดเจนและ
มีประสิทธิภาพ 2) A=Assessment:การประเมินเพื่อจัดระดับความรุนแรง 3) N =Network and collaboration
of community : การมีเครือข่ายและส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายในชุมชน 4) G = Grouping
patient care : การจัดกลุ่มการดูแลผู้ป่วยตามความรุนแรง 5) S = Supporting : การขับเคลื่อนการดำเนินงาน
ผ่านคณะกรรมการ พชอ. 6) I = Improve skill personel : การพัฒนาศักยภาพบุคลากร สอดคล้องกับ
การศึกษาของนิตยา สินธุ์ภูมิ และคณะ (2566) ได้ศึกษา การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต
สุขภาพจิต ในโรงพยาบาลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการวิจัย : รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 1) การ
เข้าใจยอมรับการ เจ็บป่วยและการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย 2) การประเมินผู้ป่วย 3) การรักษาและการพยาบาล
4) การส่งต่อผู้ป่วย 5) การให้ ความรู้แก่ผู้ป่วยและผู้ดู 6) การบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบผลการนำรูปแบบ
ไปใช้ พบว่าผู้ป่วยมีระดับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงลดลง การส่งต่อลดลงร้อยละ 20.00 ผู้ป่วยและบุคลากร
ปลอดภัย ไม่เกิดความเสียหายต่อ ทรัพย์สิน นอกจากนั้นบุคลากร และผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลตามรูปแบบ
มีความพึงพอใจจากการประเมินผลการพัฒนารูปแบบตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3. พบว่าบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีการ
ปฏิบัติตามรูปแบบการดูแลภายหลังดำเนินการเพิ่มขึ้นทุกด้าน ทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายชุมชน มีความ
พึงพอใจต่อรูปแบบในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผู้ป่วยได้รับการประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวและจัดการดูแลตาม
ความเร่งด่วน ได้รับการรักษาครบตามแผนการรักษา/ส่งต่อ และไม่พบอุบัติการณ์ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
จากผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่า Y-A-N-G-S-I Model การพัฒนารูปแบบการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด
ระยะ Acute Care โดยการมีส่วนร่วมของสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายในชุมชน อำเภอยางสีสุราช ที่พัฒนาขึ้น
มีประสิทธิภาพสามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาได้เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่
สรุปและข้อเสนอแนะ
การแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีพฤติกรรมเสี่ยง SMI-V จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือ
ร่วมใจจากทุกภาคส่วนโดยระยะก่อนเข้าโรงพยาบาล ทีมผู้มีส่วนรับผิดชอบในชุมชนจะต้องสามารถประเมิน/
คัดแยกผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว ขณะอยู่ในโรงพยาบาลโรงพยาบาลควรมีความพร้อมและมีแนวปฏิบัติในการดูแล
ผู้ป่วยที่ทันท่วงทีและมีแนวทางการส่งต่อที่เหมาะสมหากเกินศักยภาพ หลังจำหน่ายสู่ชุมชนมีแนวปฏิบัติในการ
ดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

