Page 317 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 317
F8
การพัฒนาการให้โภชนบำบัดหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
ในคลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลกุสุมาลย์
นางสาวศศิกานต์ ซองทุมมินทร์
โรงพยาบาลกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร เขตสุขภาพที่ 8
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ในปี พ.ศ. 2564 - 2566 มีหญิงตั้งครรภ์ที่เข้ารับการฝากครรภ์ที่คลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลกุสุมาลย์
จำนวน 359, 317 และ 310 คน ตามลำดับ มีภาวะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จำนวน 54, 34 และ 51 คน
ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 15.04, 10.72 และ 16.45 ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมดที่ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลกุสุมาลย์
โดยพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผู้ศึกษาได้สอบถามหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่คลินิกฝากครรภ์ พบว่า
ยังไม่เข้าใจเรื่องการบริโภคอาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาหารแลกเปลี่ยน
รายละเอียดเรื่องโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในสมุดฝากครรภ์ และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
ที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ดังนั้นเพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน
ขณะตั้งครรภ์ มีความรู้เรื่องการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์
ที่เหมาะสม และลดความรุนแรงของโรคที่อาจจะส่งผลเสียต่อมารดาและทารก ทางผู้ศึกษาจึงพัฒนาการ
ให้โภชนบำบัดหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในคลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลกุสุมาลย์ เพื่อให้
หญิงตั้งครรภ์มีการควบคุมอาหารที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์
จากการศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในช่วงปีงบประมาณ 2566
จำนวน 51 คน (เป็น GDMA 38 คน และ GDMA 13 คน) มีอายุระหว่าง 18– 44 ปี เข้ารับการฝากครรภ์
1
2
ในคลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลกุสุมาลย์ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
ของหญิงตั้งครรภ์อายุ 16-18 ปี และ 19 ปีขึ้นไป (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ
เชิงพรรณนาและ Paired t-test
ผลการศึกษาพัฒนางาน พบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีจำนวน 51 คน คิดเป็น
ร้อยละ 16.45 จากจำนวนหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมดที่เข้ารับการฝากครรภ์ในคลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลกุสุมาลย์
จำนวน 310 คน มีอายุระหว่าง 19-34 ปี ร้อยละ 60.78 มีอายุเฉลี่ย 31.20 ปี รองลงมาเป็นอายุ 35-50 ปี
2
2
ร้อยละ 37.26 มีดัชนีมวลกาย (BMI) ก่อนตั้งครรภ์อยู่ที่ 18.5 – 24.9 kg/m ร้อยละ 50.98 และ 25.0-29.9 kg/m
ร้อยละ 31.37 เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเป็น GDMA ร้อยละ 74.51 และ GDMA ร้อยละ 25.49 ติดตาม
2
1
ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) และพฤติกรรมการบริโภคอาหารหลังให้โภชนบำบัดพบว่า มีระดับน้ำตาลในเลือด (FBS)
หลังให้โภชนบำบัดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารดีขึ้น
สรุปได้ว่า การพัฒนารูปแบบการให้โภชนบำบัดหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในคลินิก
ฝากครรภ์ โรงพยาบาลกุสุมาลย์ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) ลดลง และมีพฤติกรรมการบริโภค

