Page 318 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 318
F9
อาหารที่ดีขึ้น จึงควรมีการดำเนินการต่อไป เพื่อช่วยควบคุมและลดภาวะแทรกซ้อนของหญิงตั้งครรภ์
และทารก จากภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ตลอดการตั้งครรภ์
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) ลดลง
2. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม
วิธีการศึกษา
(PACD-1)
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Plan) ผู้ศึกษาได้ ร่วมปรึกษา สอบถามกับแพทย์ พยาบาลประจำคลินิก
เพื่อหาแนวทางการพัฒนางานและรวบรวมสถิติของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ที่เข้ารับ
การฝากครรภ์ ในคลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลกุสุมาลย์
ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติ (Do) ออกแบบรูปแบบการพัฒนางาน ได้แก่
- ทุกวันอังคาร นักโภชนาการ ให้ความรู้เรื่องอาหารและโภชนาการแก่หญิงตั้งครรภ์ทุกราย
เป็นแบบกลุ่ม
- ทุกวันพฤหัสบดี นักโภชนาการ ให้ความรู้เรื่องอาหารและโภชนาการแก่หญิงตั้งครรภ์
ที่มีความเสี่ยงหรือมีภาวะเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นแบบกลุ่ม โดยใน วันอังคารและ วันพฤหัสบดี
ของแต่ละสัปดาห์ แพทย์และพยาบาลส่งหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงพบนักโภชนาการ โดยการให้โภชนบำบัด
แบบเฉพาะรายบุคคล
ขั้นตอนที่ 3 การควบคุมกำกับ (Check) ผู้ศึกษาติดตามผล รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ
กระบวนการพัฒนา วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (Act) ผู้ศึกษาทำการประเมินผล หลังการพัฒนางาน โดยสอบถาม
พฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วย และติดตามระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) ของผู้ป่วย จากการประเมินผล
พบว่า ผู้ป่วยยังไม่เข้าใจการใช้สมุดฝากครรภ์ในเรื่องอาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารแลกเปลี่ยน
และในคลินิกฝากครรภ์ยังไม่มีแนวทางหรือเกณฑ์การส่งพบให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ จากการปัญหา
ดังกล่าว ทำให้ผู้ศึกษาวางแผนพัฒนางานใหม่ โดยทำการหมุนวงล้อ หาปัญหา สาเหตุ เพื่อพัฒนางาน ดังนี้
(PACD-2)
พัฒนาแนวทางการดูแลโภชนบำบัดหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในคลินิกฝากครรภ์
โดยได้ทำการประชุมร่วมกับประธานทีม PCT และพยาบาลประจำคลินิกฝากครรภ์ โดย
1. จัดทำแนวทาง/เกณฑ์การส่งให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ เพื่อสื่อสารกันในทีมระหว่าง
นักโภชนาการและแพทย์ พยาบาล ประจำคลินิกฝากครรภ์
2. พัฒนาจัดทำเป็นคู่มือภาพ เรื่องโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เน้นการสอนลงรายละเอียดการ
บริโภคอาหาร แนะนำการใช้สมุดฝากครรภ์ เพื่อให้ครอบคลุมทุกหมวดอาหาร ทั้งอาหารมื้อหลัก
และอาหารว่าง นำแบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของหญิงตั้งครรภ์แต่ละช่วงอายุมาใช้ประเมิน
พฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์
3. ใช้สติ๊กเกอร์สี เพื่อสื่อสารบอกพฤติกรรมการบริโภคอาหารในสมุดฝากครรภ์

