Page 329 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 329

F20

                  ด้วยประคบเย็น มีค่าเฉลี่ยปริมาณการสูญเสียเลือด เท่ากับ 118.46 มิลลิเมตร (S.D=29.11) ซึ่งน้อยกว่า

                  กลุ่มที่ได้รับการดูแลปกติ มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 180 มิลลิเมตร (S.D=31.09)
                  อภิปรายผล

                         ผลการพัฒนารูปแบบการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดระยะแรกร่วมกับการกดมดลูกส่วนล่าง

                  และการคลึงด้วยประคบเย็นในมารดาที่มารับบริการคลอด โรงพยาบาลระแงะ อภิปรายผลได้ดังนี้
                         1. การพัฒนารูปแบบการประเมินภาวะเสี่ยง และการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดระยะแรก

                  พบว่า ผลของการนำรูปแบบเป็นเครื่องมือให้พยาบาลใช้ในการประเมินความเสี่ยง การดูแลมารดาคลอด

                  ลดปัญหาการปฏิบัติที่ไม่เป็นแนวทางเดียวกัน การวินิจฉัยและการคัดกรองที่เร็วขึ้น ส่งผลให้มารดาได้รับ
                  การรักษาที่เร็ว ทำให้เห็นผลลัพธ์ทางการพยาบาลที่ดี สามารถใช้เป็นแนวทางในการดูแลมารดาคลอดตั้งแต่

                  แรกรับจนย้ายไปยังตึกหลังคลอด เกิดความปลอดภัยจากการคลอด ไม่เกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด สอดคล้อง
                  กับผลของการศึกษาการพัฒนาระบบการพยาบาลในการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด ช่วยลดอัตรา

                  การตกเลือดและตัดมดลูกหลังคลอด สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด

                  เกิดความร่วมมือในการดูแลและการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดในทีมสหสาขาของโรงพยาบาล
                  (พิกุล บัณฑิตพานิชชา,2560)

                         2. เพื่อเปรียบเทียบปริมาณเลือดทั้งหมดที่สูญเสียระหว่างกลุ่มทดลองหลังการใช้รูปแบบ
                  และกลุ่มควบคุม พบว่า การพัฒนารูปแบบการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดระยะแรก ร่วมกับการกดมดลูก

                  ส่วนล่างและการคลึงด้วยประคบเย็น หลังการทดลองพบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยปริมาณการสูญเสียเลือด

                  ในระยะ 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด น้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ.01 สามารถลดปริมาณเลือด
                  ลงได้ 61.54 มิลลิลิตร อธิบายได้ว่าการประเมินความเสี่ยงการกดมดลูกส่วนล่างภายนอกอย่างต่อเนื่อง

                  เป็นเวลานาน 10 นาที ใช้หลักการในการหยุดเลือดโดยใช้แรงกด (Pressure effect) ช่วยให้ส่วนของมดลูก

                  ถูกกดบีบเข้าหากันอย่างแนบแน่น หลอดเลือดที่ไหลเวียนบริเวณบริเวณมดลูกมีการหดรัดตัว เกิดลิ่มเลือด
                  เฉพาะที่และทำให้เลือดหยุดได้ในที่สุด (พรทิพย์ เรืองฤทธิ์, 2560) สอดคล้องกับการศึกษาของอรทัย บัวคํา

                  (2562) เกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการกดมดลูกส่วนล่างร่วมกับการใช้นวัตกรรมเตรียม-เตือนการนวดมดลูก

                  ต่อ คุณภาพการเฝ้าระวังภาวะตกเลือดหลังคลอดระยะแรกโรงพยาบาลชานุมานจังหวัดอำนาจเจริญ และพบว่า
                  สามารถเฝ้าระวังภาวะตกเลือดหลังคลอดระยะแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผลของระยะเวลาการกด

                  มดลูกส่วนล่างภายหลังรกคลอดทันทีต่อปริมาณการสูญเสียเลือดในการคลอดปกติ (สินีนาฏ หงษ์ระนัย ,2562)
                  แสดงให้เห็นว่า การกดมดลูกส่วนล่างภายหลังรกคลอดทันทีนาน 10 นาที ร่วมกับการพยาบาลตามปกติ

                  สามารถลดปริมาณการสูญเสียเลือดภายหลังรกคลอดได้ โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยปริมาณการสูญเสียเลือด
                  ภายหลังรกคลอดน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p<.05)

                  สรุปและข้อเสนอแนะ

                         ภาวะตกเลือดหลังคลอดเป็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตมารดาหลังคลอดได้  มารดาจึงควร
                  ได้รับการป้องกัน และการรักษาได้อย่างทันท่วงที การศึกษาครั้งนี้สามารถใช้เป็นแนวทางการพยาบาล

                  เพื่อลดภาวะตกเลือดหลังคลอดในมารดาที่มารับบริการคลอด โดยการประเมิน หรือคัดกรองความเสี่ยงในภาวะ

                  ตกเลือดหลังคลอด การกดมดลูกส่วนล่าง และการคลึงด้วยประคบช่วยให้ลดภาวะตกเลือดหลังคลอด
   324   325   326   327   328   329   330   331   332   333   334