Page 365 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 365

G31

                  วิธีการศึกษา

                         การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) โดยใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมของ เคมมิส
                  และแมกทากาด (PAOR) มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

                         1. กลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 คือ นักเรียนในโรงเรียนผู้สูงอายุ กำหนดขนาดตัวอย่าง

                  โดยใช้สูตรของ Daniel (2010) ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย 53 คน และกลุ่มที่ 2 ทีมสหสาขาวิชาชีพ (แพทย์ พยาบาล
                  นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัดนักจิตวิทยา นักวิชาการสารณสุข เภสัชกร) และ ผู้สูงอายุ ใช้วิธีการสุ่มแบบ

                  เฉพาะเจาะจง 9 คน

                         2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสนทนากลุ่ม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบประเมินความรู้และ
                  พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการพลัดตกหกล้มและภาวะสมองเสื่อม แบบประเมินความเสี่ยงการพลัดตกหก

                  ล้ม Thai – FRAT แบบประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม TMSE และแบบประเมินนวัตกรรม ผ่านการโดย
                  ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ซึ่งแต่ละข้อคำถามต้องมีค่าดัชนีความสอดคล้อง ไม่น้อยกว่า 0.50

                         3. การเก็บรวมรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเตรียมการก่อนดำเนินการวิจัย 2) การ

                  ดำเนินการวิจัย (4 ระยะ : PAOR) และ 3) การเก็บข้อมูลหลังการดำเนินการวิจัย
                         4. การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ข้อมูลเชิง

                  ปริมาณ ใช้สถิติเชิงพรรณนา และ Paired t-test โดยกำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

                  ผลการศึกษา

                         1.การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในโรงเรียนผู้สูงอายุ
                  โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

                         ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมการ ศึกษาสถานการณ์และเก็บข้อมูลพื้นฐานปัญหาสุขภาพและความต้องการ

                  ทบทวนเอกสารและงานวิจัย จัดตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบงานด้านต่างๆ เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติ
                  งบประมาณสนับสนุน และรับสมัครนักเรียนตามคุณสมบัติ

                         ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินการวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

                                ระยะที่ 1 การวางแผน (Planning : P) จัดสนทนากลุ่มเป้าหมายกลุ่มที่ 2 จัดประชุม
                  คณะกรรมการผู้รับผิดชอบงานด้านต่างๆ ร่วมกำหนดรูปแบบการเรียนรู้ จัดทำตารางกิจกรรมหลักสูตรป้องกัน

                  การพลัดตกหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในโรงเรียนผู้สูงอายุ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
                                ระยะที่ 2 การปฏิบัติการ (Action : A) ปฏิบัติตามแผนกิจกรรมที่ได้จากการมีส่วนร่วมในการ

                  ออกแบบกิจกรรม มีกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ ดังนี้ 1) กิจกรรมการป้องกันการพลัด

                  ตกหกล้ม ได้แก่ 1.1 ให้ความรู้ เกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ การดูแลรักษา และฟื้นฟูสภาพ 1.2 ศึกษาดูงานการจัด
                  สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมตามหลัก universal design 1.3 การเรียนรู้การใช้ยาและโภชนาการที่ถูกต้อง 2) กิจกรรม

                  การป้องกันภาวะสมองเสื่อม โดยกระบวนการกระตุ้นการทำงานของสมองทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ 2.1 ความสนใจ/ใส่ใจ
                  (เกมต่างๆ)  2.2 การบริหารจัดการ (จ่ายตลาด จัดบ้าน)  2.3 การเรียนรู้และความจำ (เกมจับคู่ จำเนื้อเพลง)

                  2.4 มิติสัมพัทธ์ (อ่านแผนที่ เขาวงกต) 2.5 การใช้ภาษา 2.6 การรับรู้ทางสังคม/การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ผู้วิจัย

                  ได้บูรณาการร่วมกับการบริหารกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดความจำร่วมกับการเพิ่มความ
                  แข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ซึ่งนำโดยผู้นำนักเรียนที่มีความถนัด เช่น ฟ้อนรำ ลีลาศ บาสโลป แอโรบิก
   360   361   362   363   364   365   366   367   368   369   370