Page 370 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 370
G36
ประสิทธิผลของการใช้รูปแบบการจัดการตนเองเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม
ของผู้สูงอายุในชุมชน เครือข่ายโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ
อ าเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
นางมนิดา ศรีล้วน
โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จังหวัดอุบลราชธานี เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความส าคัญของปัญหาวิจัย
สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) เป็นแนวโน้มที่ทุกชาติทั่วโลกหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยองค์การ
สหประชาชาติคาดการณ์ไว้ว่าทั่วโลกจะมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ถึง 1,200 ล้านคนในปี พ.ศ. 2568
และ 2,000 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2593 หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรโลกทั้งหมด และ ประเทศไทย
มีประชากรผู้สูงอายุ 12,814,778 คน คิดเป็นร้อยละ 19.40 ของประชากรทั้งหมด (กรมการปกครอง
กระทรวงมหาดไทย สถิติผู้สูงอายุ, 2566) ถือว่าประเทศไทยนั้นก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์
(Aged Society) ในขณะที่ประชากรของไทยมีอัตราการเกิดลดลง แต่ประชากรสูงอายุกลับเพิ่มขึ้นด้วยอัตรา
ที่สูงมาก
จังหวัดอุบลราชธานีเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ และอำเภอเมืองอุบลราชธานีเป็นอำเภอที่เข้าสู่
สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์เช่นกัน มีประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ 21.92 ผู้สูงอายุมีความเสื่อมถอยของร่างกาย
ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกมีขนาดลดลง ทำให้ร่างกายเสียสมดุลในการทรงตัว เป็นสาเหตุสำคัญของการพลัด
ตกหกล้มได้มากกว่าวัยอื่น การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุเป็นสาเหตุหนึ่งของ กระดูกสะโพกหัก จากผลกระทบ
ที่กล่าวมาผู้วิจัยจึงสนใจศึกษารูปแบบการการจัดการตนเองเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน
ซึ่งถ้ารูปแบบการการจัดการตนเองเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพจะสามารถช่วยลด
อุบัติการณ์การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ และไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บ แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิต
และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ ตลอดจนทำให้หน่วยงานมีรูปแบบการปฏิบัติ ที่ชัดเจน เป็นมาตรฐาน และ
เหมาะสมกับบริบท
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อศึกษาสถานการณ์การพลัดตกหกล้มของผู้ป่วยสูงอายุในชุมชน
2. เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่ในชุมชน
วิธีการศึกษา
การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยแบบเชิงปฏิบัติการ (Action Research)ใช้แนวคิดของKemmis,
Mc Taggart (1998)10ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Planning) การปฏิบัติ (Action) การสังเกต
(Observation) และการสะท้อน (Refection) โดยแบ่งออกเป็น 2 วงรอบ ได้แก่ วงรอบที่ 1 ศึกษาอุบัติการณ์
ค้นหาปัญหา ประชุมระดมสมอง และนำมาสร้างข้อสรุปประเด็นที่ต้องการพัฒนา วงรอบที่ 2 พัฒนารูปแบบ

