Page 434 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 434
I27
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง
ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
จำนวน 35 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 60 มีอายุเฉลี่ย 56 ปี นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 97.1
ส่วนใหญ่มีสถานภาพคู่ ร้อยละ 54.2 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ประถมศึกษา ร้อยละ 74.4 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ
เกษตรกร ร้อยละ 42.9 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ส่วนใหญ่ไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่รายได้ไม่เพียงพอ ร้อยละ
62.9 สิทธิการรักษาเป็นบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ร้อยละ 100 ระยะเวลาที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรัง ส่วน
ใหญ่ 1-2 ปี ร้อยละ 42.9 1-6 เดือนร้อยละ 17.1 3-4 ปีและ>5 ปี ร้อยละ 14.3 และ 7-11 เดือน ร้อยละ 11.4
(ระยะเวลาที่เจ็บป่วยเฉลี่ย 25.3±20.6 เดือน)
ส่วนที่ 2 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือดด้วย
เครื่องไตเทียม
ผลการศึกษาความรู้ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม พบว่า
กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือด
ด้วยเครื่องไตเทียมหลังเข้าร่วมกิจกรรม มีคะแนนดีขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(p -value < 0.001) (ก่อน x̄ =21.8, S.D.=1.5/หลัง x̄ =24.3, S.D.=0.8)
ส่วนที่ 3 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนด้านพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือด
ด้วยเครื่องไตเทียม
ผลการศึกษาพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม พบว่า
กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยคะแนนด้านพฤติกรรมในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไต
เทียมหลังเข้าร่วมกิจกรรม มีคะแนนสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(p-value <0.001) (ก่อน x̄ =79.9, S.D.=5.2 /หลัง x̄ =94.3, S.D.=3.0)
ส่วนที่ 4 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการควบคุมน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหลังการฟอกเลือดครั้งก่อน (Weight gain)
ผลการศึกษาค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ระหว่างวันฟอกเลือด (Weight gain)ของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะ
สุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม พบว่า มีค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวก่อนเข้าร่วมกิจกรรมลดลงหลังเข้าร่วมกิจกรรม
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value 0.006) (ก่อน x̄ =2.6, S.D.=0.9/หลัง x̄ =2.4, S.D.=0.7)
อภิปรายผล
จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า หลังการเข้าร่วมโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อ
พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ที่มารับบริการที่
หน่วยไตเทียม โรงพยาบาลอุดรธานี ผู้ป่วย มีความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองดีขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตโดยดำเนินกิจกรรมโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้
ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย รายละเอียดดังนี้ ผู้ป่วย จำนวน 35 ราย ทำแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป
แบบสอบถามความรู้ และแบบสอบถามพฤติกรรม ก่อนกิจกรรม และดำเนินการกิจกรรมให้ความรู้
โดยมีรายละเอียดดำเนินการตามโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
ที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที โดยนำข้อมูลจากการประเมิน เพื่อระบุความรู้และ
พฤติกรรมในส่วนที่ผู้ป่วยยังมีความบกพร่อง กำหนดเป้าหมายและวางแผนการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยร่วมกัน มีการ

