Page 437 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 437
I30
ผลการศึกษา
ผู้ป่วยกลุ่มศึกษาและกลุ่มเปรียบเทียบมีลักษณะทั่วไปไม่แตกต่างกัน เมื่อปรับความแตกต่างของปัจจัยต่างๆ
พบว่า กลุ่มที่ได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติใหม่มีโอกาสเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแล
ตามแนวปฏิบัติเดิม 17% แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และพยาบาลวิชาชีพได้
ประเมินความคิดเห็นและความพึงพอใจต่อการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลนี้ในระดับสูง
ตารางที่ 1 เปรียบเทียบอัตราการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ
Multivaliate risk regression กลุ่มแนวปฏิบัติเดิม กลุ่มแนวปฏิบัติใหม่ p-value
(n = 162) (n = 162)
การเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ (จำนวนครั้ง) 32 4
Risk regression analysis -0.172 95% CI (-0.24 - - 0.09) <0.001
*เมื่อปรับตัวแปรกวน: สาเหตุของโรคไตวาย, ระยะเวลาที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรัง, โรคความดันสูง,
ระยะเวลาที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม, จำนวนครั้งที่เข้ารับการฟอกเลือดต่อสัปดาห์
การสูบบุหรี่ และระดับ Serum albumin
ตารางที่ 2 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความคิดเห็นและความพึงพอใจของพยาบาลต่อการใช้ แนว
ปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการ
ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลอุดรธานี (n=10)
รายการแบบประเมิน S.D. ระดับความคิดเห็น
1.แนวปฏิบัติการพยาบาลมีความสะดวกและเห 4.7 0.483 มากที่สุด
มาะสมในการปฏิบัติงานของท่าน
2.แนวปฏิบัติการพยาบาลมีข้อมูลครบถ้วน 4.4 0.516 มากที่สุด
ชัดเจนและสมบูรณ์
3.การปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาลทำให้ 4.9 0.316 มากที่สุด
ท่านมีความมั่นใจในการให้การพยาบาลผู้ป่วย
และทำให้การพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.การปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาลไม่เพิ่ม 4.8 0.421 มากที่สุด
ภาระงานของท่าน
5.ผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลสามาร 4.8 0.421 มากที่สุด
ถลดความดันโลหิตต่ำของผู้ป่วยได้
6.ความพึงพอใจของท่านต่อการใช้แนวปฏิบัติ 4.9 0.316 มากที่สุด
การพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำ
ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการ
ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

