Page 443 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 443
I36
การพัฒนาแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยเจาะไตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ในการรับบริการหน่วยไตเทียม โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
นางวรัญญู แสงก่ำ, นางสุทธิดา เทียนกุล และนางสาวอรพรรณ อุทธา
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ที่มาและความสำคัญ
การเจาะไต (Kidney Biopsy) เป็นหัตถการสำคัญทางการแพทย์ที่ใช้วินิจฉัยโรคไต โดยการใช้เข็มเจาะตัด
ชิ้นเนื้อไตออกมา ตำแหน่งที่เจาะคือ บริเวณบั้นเอวระหว่างซี่โตรงซี่สุดท้ายกับกระดูดสันหลัง
จากการทบทวนข้อมูลย้อนหลังของผู้ป่วยที่รับการเจาะไตในช่วงปี พ.ศ. 2562–2567 จำนวน 40, 32, 34, 38, 27
และ 36 ราย ตามลำดับ พบปัญหาในการดูแลก่อนทำหัตถการ ได้แก่ ไม่ได้ตรวจค่าเลือดที่เกี่ยวกับปัจจัยการ
แข็งตัวของเลือดก่อนวันนัด ผู้ป่วยบางรายมีภาวะความดันโลหิตสูงซึ่งยังควบคุมไม่ได้ มีการเลื่อนหัตถการเนื่องจาก
ความไม่พร้อม และผู้ป่วยมีความวิตกกังวลเนื่องจากไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม ส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความ
ปลอดภัยและความพึงพอใจของผู้ป่วย อีกทั้งยังไม่มีแนวทางการปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยเจาะไตที่ชัดเจน จึงได้นำมาสู่
การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่เข้ารับการทำหัตถการเจาะไต (Kidney Biopsy)เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และ
เตรียมความพร้อมให้เหมาะสมก่อนการทำหัตถการ และลดการเลื่อนหัตถการและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
และสร้างมาตรฐานการดูแลที่ชัดเจนให้แก่ทีมพยาบาล
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยเจาะไตที่เน้นความปลอดภัย ครอบคลุมการเตรียมความพร้อม
ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดภาวะแทรกซ้อนและการเลื่อนหัตถการ
วิธีดำเนินงาน
ใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพ (Quality Improvement Process) PDCA โดยมีการวิเคราะห์ปัญหา
จัดทำแนวปฏิบัติการใหม่ที่ครอบคลุมการสื่อสารล่วงหน้า การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการให้เสร็จภายใน 3 วันก่อน
เจาะไต การควบคุมความดัน และการให้คำแนะนำด้วยวิดีโอและเอกสาร พร้อมแนบแบบประเมินความรู้
ความเข้าใจ และระดับความวิตกกังวลของผู้ป่วยก่อนทำหัตถการ พร้อมทั้งประเมินความพึงพอใจของพยาบาลที่
เกี่ยวข้อง
ผลการดำเนินงาน
หลังดำเนินโครงการในปี 2567 - 2568 พบว่าผู้ป่วยมีคะแนนความรู้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2.1 คิดเป็นร้อยละ
42% เป็น 4.4 คะแนน (จากเต็ม 5) คิดเป็นร้อยละ 88% ความวิตกกังวลเฉลี่ยลดลงจาก 19.4 คิดเป็นร้อยละ
77.6% เหลือ 9.0 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 36%(จากเต็ม 25) อัตราการเลื่อนหัตถการ พยาบาลที่เกี่ยวข้องในการ
ดูแลผู้ป่วยเจาะไตแสดงความพึงพอใจต่อแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้น โดยมีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ที่ 23.1 คิดเป็น
ร้อยละ 92.4% (จากเต็ม 25) โดยระบุว่าแนวทางนี้ช่วยให้สามารถเตรียมผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบ
ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยก่อนและหลังหัตถการ

