Page 45 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 45
A14
วิธีดำเนินการวิจัย
รูปแบบการวิจัย การวิจัยนี้ เป็นการศึกษาหนึ่งกลุ่มวัดหลังการทดลอง
กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวที่จะตรวจสวนหัวใจในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ระหว่างเดือน พฤษภาคม - กรกฎาคม 2567 จำนวน 17 คน เลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติเกณฑ์
การคัดเข้าที่กำหนด
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการให้ข้อมูลอย่างมีแบบแผน การรับรู้ความเสี่ยงร่วมกับ
การติดตามทางโทรศัพท์, แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และแบบบันทึกความสำเร็จของการตรวจสวนหัวใจตามนัด
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนดังนี้
1. ผู้วิจัยเชิญชวนกลุ่มตัวอย่างที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้าร่วมการวิจัย
2. หลังได้รับความยินยอม อธิบายให้ผู้รับบริการเข้าใจวัตถุประสงค์ของการทำวิจัย และดำเนินการ
ตามขั้นตอนจริยธรรม
3. ดำเนินกิจกรรมตามโปรแกรมทดลองที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
4. บันทึกความสำเร็จของการตรวจสวนหัวใจในวันมาตรวจตามนัด
ผลการศึกษา
กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายมากสุด ร้อยละ 52.94 ค่ามัธยฐานอายุ 56 ปี (IQR 17.5) ส่วนใหญ่จบระดับ
การศึกษาชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 64.70 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/พนักงานบริษัทมากที่สุดร้อยละ 58.82
และมีโรคร่วมมากกว่า 2 โรค ร้อยละ 58.82
กลุ่มตัวอย่างมีความสำเร็จของการตรวจสวนหัวใจในวันมาตรวจตามนัดคิดเป็นร้อยละ 94.11
ความสำเร็จการตรวจตสวนหัวใจ จำนวน คิดเป็นร้อยละ
สำเร็จ 16 94.11
ไม่สำเร็จ 1 5.89
อภิปรายผล
การดูแลตามโปรแกรมการให้ข้อมูลอย่างมีแบบแผนการรับรู้ประโยชน์ร่วมกับการติดตามทางโทรศัพท์
ส่งผลให้เกิดความสำเร็จในการตรวจสวนหัวใจได้ตามนัด
สรุปและข้อเสนอแนะ
การศึกษานี้มีข้อจำกัดคือจำนวนกลุ่มตัวอย่างน้อยตามลักษณะหน้างาน อย่างไรก็ตามผู้วิจัยออกแบบควบคุม
ผลการวิจัยทำให้ผลการวิจัยนี้มีความน่าเชื่อถือได้ แต่หากมีจำนวนตัวอย่างที่มากขึ้นก็จะทำให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
พยาบาลควรนำโปรแกรมการให้ข้อมูลอย่างมีแบบแผน การรับรู้ประโยชน์ร่วมกับการติดตาม
ทางโทรศัพท์ต่อความรู้ ใช้ในการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องอีกสักระยะหนึ่ง และควรมีการเพิ่มระยะเวลาในการเก็บข้อมูล
ให้มากขึ้น รวมทั้งปรับใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารความรู้ในการปฏิบัติตนเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเปิดศึกษาได้ง่าย
และมีเนื้อหามากขึ้น

