Page 47 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 47

A16

                  ผลการศึกษา
                         ผู้วิจัยประยุกต์ใช้ทฤษฎีกระบวนการตามกรอบแนวคิดของสเตตเลอร์ (ฟองคํา ดิลกสกุลชัย, 2549: 59-63)

                  มาใช้ในการดำเนินการวิจัย มีการดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
                         ระยะที่1 การเตรียมการวิจัย
                         1) ศึกษาบริบท สภาพปัญหาและสถานการณ์ โดยการประชุมสหวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์เวชศาตรฉุกเฉิน
                  อายุรแพทย์ พยาบาล นักปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน เวชกิจฉุกเฉิน และพนักงานขับรถ เพื่อศึกษาปัญหา

                  วิเคราะห์และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
                         2) ผู้วิจัยทบทวนเอกสารวิชาการและงานวิจัย
                         ระยะที่2 การดำเนินการวิจัย

                         1) จัดทำแนวทางปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI) โดยสร้างเป็น CNPG
                  และนำแนวทางที่พัฒนาขึ้น มาใช้ในการปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI)
                         2) จัดทำแบบสอบถามเพื่อประเมินการพัฒนาแนวทาง มีเครื่องมือหลักในการประเมิน 3 ส่วน
                  คือส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล  ส่วนที่ 2 แบบตรวจสอบการปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI)
                  ส่วนที่ 3 แบบประเมินความพึงพอใจของบุคลากรส่งต่อ

                         3) ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนการดำเนินการพัฒนาการส่งต่อ
                         4) ผู้วิจัยประเมินหลังใช้แนวทางพัฒนาการส่งต่อ
                         ระยะที่3 ประเมินผลการวิจัย ประเมินผลการพัฒนาแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด

                  เฉียบพลัน (STEMI) จากการสังเกตุ การสัมภาษณ์ แบบบันทึกประเมินคุณภาพการส่งต่อ และใช้แบบตรวจสอบ
                  การปฏิบัติที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประเมินผลการปฏิบัติก่อนและหลังการพัฒนาแนวทาง และใช้แบบสอบถาม
                  ประเมินความพึงพอใจของบุคลากรส่งต่อผู้ป่วยต่อแนวทางที่พัฒนาขึ้น
                         3.1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังพัฒนาแนวทางส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด

                  เฉียบพลัน (STEMI ) พบว่าก่อนพัฒนาแนวทางคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 107.69  (S.D.=7.07)และหลังพัฒนา
                  แนวทางคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 116 .08 (S.D.=2.22)  เมื่อทดสอบความแตกต่างทางสถิติ พบว่า คะแนนเฉลี่ย
                  การปฏิบัติการส่งต่อผู้ป่วย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05 ดังแสดงในตาราง
                  ตารางการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของการปฏิบัติการส่งต่อก่อนและหลังพัฒนาแนวทาง โดยการทดสอบสถิติ

                  Wilcoxon Test
                    การปฏิบัติการส่งต่อ  คะแนนเฉลี่ย   ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน     Z          Asymp. Sig
                                                                                            (2-tailed)


                   ก่อนพัฒนาแนวทาง        107.69              7.07             - 4.08         .000

                   หลังพัฒนาแนวทาง        116.08              2.22

                         3.2 ความพึงพอใจของบุคลากรส่งต่อ ผลการศึกษาพบว่าในภาพรวมของความพึงพอใจของบุคลากรส่งต่อ
                  ต่อแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI ) ที่พัฒนาขึ้น อยู่ในระดับระดับมาก(  =2.98)
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52