Page 481 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 481

K4

                         3. การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมีพฤติกรรมการปฏิบัติที่ถูกต้อง 2 ลำดับแรก

                  ก่อนการเสริมสร้างแรงจูงใจคือ ไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ100 รองลงมา ไม่เคย หยุดยาโรคเบาหวานเอง เมื่อรู้สึก
                  อาการปกติ และหยุด ยาเบาหวานเองเมื่อมีอาการเจ็บป่วย เช่น ไข้หวัด อ่อนเพลีย ร้อยละ95.2 ผู้ป่วยเบาหวาน

                  มีพฤติกรรมการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง 2 ลำดับแรก คือ เรื่องรับประทานผลไม้ที่มีรสหวานจัดตามฤดูกาลจำพวก

                  มะขามหวาน ลำไย มะม่วงสุก ขนุน ละมุด ทุเรียน เงาะ น้อยหน่า ร้อยละ 33.3 รองลงมา คือเมื่อเจ็บป่วย
                  ไม่สามารถจัดยาโรคเบาหวานเองได้ ได้รับการช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัว ร้อยละ 28.6

                         4. การเปรียบเทียบระดับน้ำตาลสะสมก่อนและหลังการทดลอง ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่าง

                  มีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมก่อนการทดลองเท่ากับ 8.7 หลังการทดลองเท่ากับ 6.8 เมื่อทดสอบความแตกต่าง
                  ทำงสถิติพบว่าค่ำเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมหลังการทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังแสดงในตาราง

                  ตารางที่ 1 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสม ก่อนและ หลังการทดลอง
                   ระดับน้ำตาลสะสม  ระดับน้ำตาลสะสมเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน          t        p

                   ก่อนการทดลอง                 8.7                    1.11            -4.264    .000

                   หลังการทดลอง                 6.8                     .98

                  อภิปรายผล

                         ผลการเปรียบเทียบค่า HbA1c จากการควบคุมค่าระดับน้ำตาลแตกต่างกันระหว่างก่อนและหลังการ
                  เข้าร่วม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับน้อยกว่า 0.05 เนื่องมาจากการปฏิบัติงานในคลินิกเบาหวาน

                  โรงพยาบาลเชียงยืน ซึ่งพบว่าผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาจากคลินิกเมื่อวัคค่า HbA1c ซึ่งเป็นการวัดจำนวน

                  ของฮีโมโกบิล ซึ่งโดยปกติค่า HbA1c ถูกสังเคราะห์ขึ้นจากการได้รับสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต
                  โดยเมื่อร่างกายรับปริมาณสารเข้าไปร่างกายจะเปลี่ยนจากแป้งไปอยู่ในรูปของน้ำตาล ซึ่งปริมาณของ HbA1c

                  สามารถนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดพฤติกรรมการรับประทานอาหารและยาได้ โดยพบว่าการรับประทานผักที่มี
                  คาร์โบไฮเดรตต่ำจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเป็นไปได้ว่าเมื่อกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมโปรแกรม

                  การสนทนาเสริมสร้างแรงจูงใจ กลุ่มตัวอย่างได้มีการสนทนาเพื่อให้ตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลปฏิบัติ

                  ตัวของผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นปัญหาของตนเอง ซึ่งเมื่อได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมทั้งการจดบันทึก
                  เพื่อนำข้อมูลรายงานสหวิชาชีพเป็นประจำ รวมถึงการได้รับการประเมินผลย้อนกลับ กระบวนการดังที่กล่าวมา

                  น่าจะสามารถนำไปสู่การใส่ใจพฤติกรรมการรับประทานอาหารและยาของตนเองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แรงจูง

                  ในการดูแลตนเองอาจจะสะท้อนได้จากคะแนนความรู้เกี่ยวกับเบาหวานและการปฏิบัติตัวที่เพิ่มขึ้นหลังการ
                  เข้าโปรแกรมฯ ทำให้ผู้ป่วยรู้แนวทางการดูแลตนเองอย่างมีวินัยและถูกต้อง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้โปรแกรม

                  การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจในผู้ป่วยเบาหวานที่นำมาใช้นี้สอดคล้องกับการทดลองใช้โปรแกรมการ

                  สัมภาษณ์เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจในการลดระดับ HbA1c ในหลายๆ การศึกษาทดลองทั้งในและต่างประเทศ เช่น
                  การศึกษาทดลองในต่างประเทศ Steffen, Mendonça, Meyer และ Faustino-Silva (2021) ทดลองใช้การ

                  สัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริหารจัดการดูแลสุขภาพพื้นฐานสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน
                  ประเภท 2 และโรคความดันโลหิตสูง พบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 174 คน ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการ

                  ดูแลโดยการสัมภาษณ์สร้างแรงจูงใจ จำนวน 94 คนเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการดูแลแบบปกติ จำนวน

                  80 คน มีระดับ HbA1c ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับน้อยกว่า 0.01 เมื่อสิ้นสุดการทดลอง
   476   477   478   479   480   481   482   483   484   485   486