Page 480 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 480
K3
เป็นผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับ HbA1c 8.5 - 9 mg/dl ให้การดูแลแบบการจัดการรายกรณี โดยทีม
สหวิชาชีพตามระดับความรุนแรงของโรค และแนวทางการการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย
ตนเอง โดยการเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว (SMBG)แก่อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ป่วยเบาหวาน
และญาติโดยรับคำปรึกษา (Consult) แพทย์เพื่อปรับยาตามระดับ HbA1c
2.5 Monitoring โดยให้อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดำเนินการติดตาม (หลังจบ
โปรแกรม )โดยเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว (SMBG) สัปดาห์ละ 1 วัน (เป็นเวลา 1 เดือน) ก่อนอาหารเช้า
เวลา 07.00 น. โดยใช้สัญลักษณ์รูปภาพ และแถบสีระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักในการ
ควบคุมอาหาร ร่วมกับให้ผู้ป่วยบันทึกเมนูอาหารที่รับประทานในแต่ละวันโดยแบ่งเป็น 3 เวลา
เช้า กลางวัน เย็น เป็นเวลา 3 เดือน ให้ผู้ป่วยสามารถเห็นผลจากการปฏิบัติตนได้ชัดเจนมากขึ้น
รายงานผลน้ำตาลในเลือดกรณีที่ผิดปกติ ให้พยาบาลผู้จัดการรายกรณีทุก 1 สัปดาห์ ผ่าน Group
Line OA “SRR7”โดยหมอ1(อสม.) หมอ2 (รพ.สต.,ปฐมภูมิ) และหมอ3(รพ.เชียงยืน) ติดต่อสื่อสาร
สอบถามปัญหา ติดตาม ให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน
2.6 Evaluation/Reflection ประเมินระดับ HbA1c ก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม วิเคราะห์
ข้อมูลรายบุคคลให้ความรู้เพิ่มเติม และเสริมแรงให้กับผู้ป่วย
ผลการศึกษา
1.ข้อมูลทั่วไป ผู้ป่วยเบาหวาน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 85.7, มีอายุมากกว่า 50 ปี มากถึง
ร้อยละ 90.5, มีการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 71.4, ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 47.6,
ระยะเวลาการเป็นโรคเบาหวานไม่เกิน 10 ปี ร้อยละ 66.7, มีภาวะโรคร่วมมากถึงร้อยละ 95.2
2 .ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานก่อนการเสริมสร้าง
แรงจูงใจ ที่ถูกต้อง 2 ลำดับแรก ได้แก่ เรื่อง การรับประทานยาโรคเบาหวานก่อนอาหารควรรับประทานก่อน
มื้ออาหารครึ่งชั่วโมง และการรับประทานอาหารแต่ละมื้อควรรับประทานแต่พออิ่ม ร้อยละ 95.2 รองลงมา คือ
ลักษณะการชอบรับประทานขนมหวานเป็นประจำ และผู้ที่มีอาการปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย
อาจเป็นอาการของโรคเบาหวานร้อยละ 90.5ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้น้อยที่สุดหรือตอบผิดมาก 2 ลำดับแรก
ได้แก่ รองเท้าของผู้ป่วยเบาหวานควรเป็นรองเท้าสายคีบ สวมใส่พอดีไม่รัด แน่น พื้นนุ่ม ร้อยละ 23.8 รองลงมา
คือ การช่วยเหลือผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำขณะไม่รู้สึกตัวคือ ให้รับประทานอาหารทันที ร้อยละ 42.9
ผู้ป่วยเบาหวาน มีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานหลัง เสริมสร้างแรงจูงใจ ที่ตอบถูกต้อง ร้อยละ100
ได้แก่ เรื่อง โรคเบาหวานเป็นโรคถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ลักษณะการชอบรับประทานขนมหวานเป็นประจำ
โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ผู้ที่มีอาการปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย อาจเป็นอาการของ
โรคเบาหวาน อาการน้ำตาลในเลือดต่ำคือ หิวจัด เหงื่อออกมากผิดปกติ ใจสั่น ปวดศีรษะ การรับประทานยา
โรคเบาหวานก่อนอาหารควรรับประทานก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง และการรับประทานอาหารแต่ละมื้อควร
รับประทานแต่พออิ่ม รองลงมาได้แก่ อาการเท้าชาในผู้ป่วยเบาหวานเกิดจากระบบประสาทส่วนปลายเสื่อม
ผู้ป่วยเบาหวานที่รับการรักษาอย่ำงสม่ำเสมอที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนของ
โรคเบาหวานได้ ผู้ป่วยเบาหวานสามารถหยุดรับประทานยาโรคเบาหวานเองได้เมื่อรู้สึกอาการดีขึ้น ร้อยละ 85.7

