Page 58 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 58
A27
ผลการให้ความรู้เรื่องยาและการติดตามการใช้ยาในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ที่ได้รับการทำ PCI โรงพยาบาลตรัง
นางสาวฉัตร์ติมา อองพลากร
โรงพยาบาลตรัง เขตสุขภาพที่ 12
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
โรงพยาบาลตรังเป็นศูนย์ตติยภูมิโรคหัวใจ มีศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจที่ซับซ้อน
รับผู้ป่วยทั้งในเขตโรงพยาบาลตรัง โรงพยาบาลชุมชนในเครือข่ายและจังหวัดใกล้เคียง มีผู้ป่วยที่ได้รับการทำ primary PCI
ปี 2564-2565 จำนวน 126 และ 184 ราย ตามลำดับและมีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้ป่วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ที่ได้รับการทำ PCI จะต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางการรักษา ได้แก่ Dual antiplatelet therapy (DAPT)
ได้แก่ aspirin ร่วมกับ clopidogrel หรือ ticagrelor หรือ prasugrel เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี, ยากลุ่ม Statin,
ยากลุ่ม beta-blockers, ยากลุ่ม Angiotensin Converting Enzyme Inhibitor (ACEI) หรือยากลุ่ม Angiotensin II
receptor blocker (ARB) เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ หรือเกิด stent thrombosis จากการสำรวจพบผู้ป่วย
เกิด stent thrombosis ในปี 2564-2565 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.54 เป็นร้อยละ 1.01 สาเหตุหนึ่งเกิดจาก
การที่ผู้ป่วยรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ หยุดยาเอง
จากแนวทางการจัดการด้านยาตาม service plan สาขาโรคหัวใจ กำหนดตัวชี้วัดพื้นฐานการบริบาล
ทางเภสัชกรรมในโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องได้รับยา dual antiplatelet และมีความร่วมมือในการใช้ยา 100%
และร้อยละของผู้ป่วยที่เกิด stent thrombosis โดยมีสาเหตุจากยาเท่ากับศูนย์ ผู้ดำเนินการจึงได้จัดทำ
กิจกรรม discharge counselling ข้างเตียงผู้ป่วย เพื่อบรรลุตัวชี้วัดดังกล่าว
วัตถุประสงค์
1. เปรียบเทียบคะแนนความรู้ของผู้ป่วยก่อนและหลังการให้ความรู้ด้านยาหลังได้รับการทำ PCI
2. ติดตามการใช้ยา อาการไม่พึงประสงค์จากยา และการกลับเป็นซ้ำ
วิธีการศึกษา
รูปแบบการศึกษา เป็นการศึกษากึ่งทดลอง เปรียบเทียบคะแนนความรู้ผู้ป่วยก่อน-หลังการให้ความรู้ด้านยา
และติดตามการใช้ยา
กลุ่มตัวอย่าง ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่ได้รับการทำ PCI ช่วง ต.ค.66 – พ.ย. 66 และติดตามไป 1 ปี
ขั้นตอนการดำเนินโครงการ
1. ค้นหาผู้ป่วยที่ได้รับการทำ PCI มีอาการคงที่ และวางแผนจำหน่าย
2. ประเมินความรู้ด้านยาแก่ผู้ป่วยก่อนให้ความรู้
3. ให้ความรู้ผ่านสื่อ “คู่มือการให้ความรู้เรื่องยาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” ในรูปแบบ discharge
counselling และประเมินความรู้ด้านยา
4. ติดตามความร่วมมือในการใช้ยา และอาการไม่พึงประสงค์จากยา หลังจากทำ PCI 1 เดือน
5. ติดตามการใช้ DAPT และการกลับเป็นซ้ำหลังจากทำ PCI ครบ 1 ปี

