Page 54 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 54
A23
Table 2 : Elective case and Emergency case with 30-day Mortality
Operation Total Elective Elective Emergency Emergency case Mortality
case case dead case dead
mBTS 56 43 0 13 2 (15.4%) 2 (3.6%)
mWTS 24 13 2 (15.4%) 11 1 (9.1%) 3 (12.5%)
CentralS 5 1 0 4 4 (100%) 4 (80%)
mPottS 1 0 0 1 0 0
Total 86 57 2 29 7 9 (10.5%)
อภิปรายผล
การผ่าตัดแบบชั่วคราว (Palliative shunt surgery) เป็นการผ่าตัดที่มีลักษณะช่วยประคับประคอง
สำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว (cyanotic congenital heart disease) โดยการผ่าตัด
แบบ Blalock-Taussig-Thomas shunt (mBTT shunt) ที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นในปี 1981 ได้ถูกนำมาใช้
กันอย่างแพร่หลายสำหรับโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวที่มีการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังปอด
และยังคงเป็นวิธีการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมสูง วิธีการนี้แสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยเด็ก
ที่มีภาวะ pulmonary atresia โดยอย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวที่รุนแรง
การใช้ทางเบี่ยง (shunt) สามารถเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังปอด ซึ่งช่วยลดภาวะเขียวของผู้ป่วย
และรอเวลาในการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเพื่อแก้ไขความผิดปกติในอนาคตถัดไป
ในสถาบันของเรา การทำหัตถการ mBTT shunt นั้น แสดงให้เห็นถึงอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำ
เนื่องจากสามารถให้เลือดไปฟอกที่ปอดได้อย่างเพียงพอ และมีความง่ายในการต่อทางเบี่ยง (shunt) และนำท่อออก
(Take down) เพื่อการผ่าตัดแก้ไขในอนาคต
งานวิจัยได้ระบุปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตหลังการผ่าตัด mBTT shunt ในผู้ป่วยเด็ก
ที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ปัจจัยเหล่านี้รวมถึงน้ำหนักตัวทารกแรกเกิดที่น้อย กลุ่มอาการทางพันธุกรรม
การมีเส้นเลือด ductus arteriosus และการใช้ shunt ที่มีขนาดใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับน้ำหนักของผู้ป่วย
นอกจากนี้ การศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่าสาเหตุหลักของภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดและการเสียชีวิตหลังการใส่ shunt คือ
การอุดตันของ shunt และการไหลเวียนของเลือดไปยังปอดมากเกินไป ซึ่งมักเกิดจาก shunt ที่มีขนาดใหญ่เกินไป
งานวิจัยจากประเทศโอมานให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดอัตราการเสียชีวิตหลังการผ่าตัด
โดยเน้นความสำคัญของการคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม การเลือกขนาด shunt ที่เหมาะสม และการบริหารยา
ต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ
การศึกษาของเราได้ประเมินอัตราการเสียชีวิตในช่วง 30 วันหลังการผ่าตัด เพื่อระบุความแตกต่าง
ระหว่างกรณีที่ผ่าตัดในเวลา (elective) และกรณีฉุกเฉิน (emergency) การศึกษาเน้นไปที่ประเภท
ของกระบวนการผ่าตัด 4 หัตถการที่เกี่ยวข้องกับการใส่ shunt เพื่อส่งเลือดไปยังหลอดเลือดแดงของปอด
ซึ่งมักใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและมีการไหลเวียนของเลือดไปยังปอดลดลง การแบ่งหัตถการนี้
มีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องให้ดียิ่งขึ้น
สรุปและข้อเสนอแนะ
การผ่าตัดชั่วคราวเพื่อบรรเทาอาการ (palliative shunt surgery) ทั้ง 4 หัตถการนี้เป็นการผ่าตัด
หัวใจแบบปิด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาอาการให้เลือดไปเลี้ยงปอดได้ชั่วคราว ก่อนที่จะทำการผ่าตัดแก้ไขใหญ่
ในอนาคต ซึ่งหัตถการ modified Blalock-Taussig shunt หลังจากการผ่าตัดแก้ไขแล้วระดับออกซิเจนในเลือด
หลังการผ่าตัดสูงกว่าก่อนการผ่าตัดและมีอัตราการเสียชีวิตน้อย

