Page 615 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 615
M18
อภิปรายผล
การเพิ่มขึ้นของคะแนนสมรรถนะในการให้คุณค่าและความเชื่อเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะอาจเป็นผล
จากกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการให้คุณค่าและความเชื่อเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะที่ผู้วิจัยได้ประยุกต์แนวคิด
การให้คุณค่าเชิงวิชาชีพการพยาบาลของวิสและแชงค์ มาใช้ในการออกแบบโปรแกรม อีกทั้งโปรแกรม
ที่ใช้ ในการศึกษาครั้งนี้ได้รับการออกแบบโดยครอบคลุมทั้ง 3 ขั้นตอนหลักที่มีความสำคัญต่อกระบวนการ
บริจาคอวัยวะ ได้แก่ การค้นหาผู้ป่วยที่มีโอกาสบริจาคอวัยวะ การสื่อสารเพื่อการตัดสินใจ และการดูแล
ผู้บริจาคและครอบครัว ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีผลต่อพัฒนาการด้านสมรรถนะของพยาบาลอย่างชัดเจน
ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การค้นหาผู้ป่วยที่มีโอกาสบริจาคอวัยวะ ได้ส่งเสริมสมรรถนะด้านความเป็นวิชาชีพ
และการให้การดูแล โดยพยาบาลมีโอกาสเรียนรู้เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะสมองตายร่วมกับทีมสหวิชาชีพ
รวมถึงแนวทางการเฝ้าระวังและดูแลระบบการทำงานของร่างกายผู้ป่วยให้พร้อมสำหรับการบริจาค
ซึ่งเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ทางคลินิกและส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษา
ของ Cruz และคณะที่พบว่าหากพยาบาลวิชาชีพมีความรู้และแนวทางที่ชัดเจนในการค้นหาผู้ป่วย
ที่มีโอกาสบริจาคอวัยวะจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของการดูแลผู้ป่วย สำหรับขั้นตอนที่ 2
การสื่อสารเพื่อการตัดสินใจบริจาคอวัยวะ ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะด้านความไว้วางใจ และความยุติธรรม
โดยพยาบาลได้รับการฝึกทักษะด้านการสื่อสารที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน เช่น การสร้าง
ความสัมพันธ์กับครอบครัว การให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา การเคารพในความเชื่อและวัฒนธรรม
ของครอบครัว ซึ่งช่วยให้การสนทนาเกิดความไว้วางใจ และเอื้อต่อการตัดสินใจของญาติผู้ป่วย ซึ่งสอดคล้องกับ
ผลการศึกษาของ Basílio และคณะ ที่พบว่าพยาบาลมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอน ของกระบวนการ
บริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ ตั้งแต่การระบุผู้บริจาคที่เป็นไปได้ การดูแลรักษาสภาพร่างกายของผู้บริจาค
ไปจนถึงการสนับสนุนทางจิตใจแก่ครอบครัวของผู้บริจาคโดยเน้นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
และการสร้างความไว้วางใจกับครอบครัวของผู้ป่วย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการสนับสนุน
การตัดสินใจบริจาคอวัยวะ สุดท้ายนี้ ขั้นตอนที่ 3 การดูแลผู้บริจาคและครอบครัวเมื่อตัดสินใจบริจาคอวัยวะ
มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสมรรถนะด้านการให้การดูแล และความเป็นวิชาชีพ โดยเฉพาะการดูแล
สภาพร่างกายของผู้ป่วยสมองตายให้พร้อมต่อการผ่าตัด การประสานงานกับทีมผ่าตัด และการดูแลจิตใจ
ของครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งล้วนต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาการ และความเข้าใจ
ในบริบทของผู้รับบริการ สอดคล้องกับการศึกษาของ Manzari และคณะ ที่พบว่าการฝึกอบรมที่ใช้รูปแบบ
การพยาบาลที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมมีผลในการเพิ่มระดับความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติของพยาบาล
เกี่ยวกับบทบาทของพยาบาลในกระบวนการบริจาคอวัยวะ
สรุปและข้อเสนอแนะ
ควรบูรณาการโปรแกรมการให้คุณค่าและความเชื่อเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะเข้ากับกิจกรรมพัฒนา
ศักยภาพของพยาบาลในโรงพยาบาลเพื่อเพิ่มสมรรถนะในบทบาทการดูแลผู้ป่วยสมองตายและการสื่อสาร
กับครอบครัวในการขอบริจาคอวัยวะอย่างมีประสิทธิภาพ

