Page 619 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 619
M22
2. ออกแบบ QR code ใส่ไว้กับใบนัดบริจาคโลหิตและแบบใบแทนชั่วคราวสำหรับผู้บริจาคที่ไม่ได้
นำบัตรบริจาคติดตัวมาด้วย หลังบริจาคโลหิตหากผู้บริจาคมีภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิต สามารถ
สแกน QR code เพื่อตอบแบบสอบถามอาการที่เกิดขึ้นจากการบริจาคโลหิต
3. ผู้บริจาคโลหิตกรอกข้อมูลภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิตผ่าน Google form ข้อมูลจะแจ้ง
เตือนไปที่ไลน์กลุ่มของผู้ดูแลและโทรติดตามให้คำแนะนำการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิต
ทันที ทำให้สามารถติดตามอาการผู้บริจาคได้รวดเร็ว ทั้งยังสามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากข้อความแจ้งเตือน
ลงในระบบ LIS เพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนการเฝ้าระวังสำหรับการบริจาคครั้งถัดไป
4. ปัจจุบันการแจ้งเตือนผ่านระบบไลน์ ยกเลิกการให้บริการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่
31 มีนาคม 2568 จึงพัฒนาการแจ้งเตือนไปยังแพลทฟอร์มเทเลแกรม เพื่อยังคงสามารถเฝ้าติดตาม
ภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิตได้
5. สามารถเรียกดูรายงานแดชบอร์ดการแจ้งเตือนการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิต
ด้วยโปรแกรม Looker studio ง่ายต่อการนำข้อมูลไปวิเคราะห์
ผลการศึกษา
จากการพัฒนารูปแบบการดูแลและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิตผ่านระบบ
แจ้งเตือนไลน์ มีผู้บริจาคโลหิตที่เกิดภาวะแทรกซ้อนเมื่อออกจากสถานที่ และตอบกลับจำนวน 9 ราย
เป็นผู้บริจาคโลหิตครั้งแรก 4 ราย บริจาคมากกว่า 1 ครั้ง 5 ราย มีอาการ อ่อนเพลีย หน้าซีด เหงื่อออก
เวียนศีรษะ 5 ราย,หมดสติ 1 ราย และมีอาการ บวม เขียวช้ำ 3 ราย มีความต้องการให้เจ้าหน้าที่โทรติดตาม
อาการเนื่องจากมีความกังวลใจ จำนวน 4 ราย และไม่ต้องการให้โทรติดตามอาการเนื่องจากดูแลตนเอง
เบื้องต้นได้ จำนวน 5 ราย หลังจากโทรติดตามอาการผู้บริจาคคลายความกังวลจากอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น
มีความมั่นใจและอยากกลับมาบริจาคอีก ทั้งยังผู้ปฏิบัติงานสามารถนำข้อมูลการแจ้งเตือนบันทึกในระบบ
LIS เพื่อการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นในการบริจาคโลหิตครั้งถัดไป
อภิปรายผล
จากการพัฒนาระบบแจ้งเตือนติดตามการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิตผ่านระบออนไลน์ พบว่า
1. จากการใช้งานระบบแจ้งเตือนพบว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามภาวะแทรกซ้อนของผู้บริจาคโลหิต
ที่เกิดหลังจากออกจากสถานที่บริจาคโลหิตไปแล้วได้แบบเรียลไทม์ และนำข้อมูลลงระบบ LIS เพื่อการเฝ้าระวัง
สำหรับการบริจาคครั้งถัดไป ช่วยให้สามารถติดตามผู้บริจาคได้อย่างเป็นระบบ
2. ผู้ปฏิบัติงานสามารถทราบว่า มีผู้บริจาคที่เกิดภาวะแทรกซ้อนนอกสถานที่ภายใน 7 วัน จากเดิม
3 เดือน เมื่อผู้บริจาคกลับมาบริจาคอีกครั้งและบอกกล่าวกับเจ้าหน้าที่
3. ผู้บริจาคโลหิตคลายความกังวลจากการเกิดภาวะแทรกซ้อน เมื่อมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับและให้คำแนะนำ
คิดเป็นร้อยละ 100 จากผู้ที่ต้องการให้ติดต่อกลับ และมีความมั่นใจอยากกลับมาบริจาคโลหิตอีกครั้ง
สรุปและข้อเสนอแนะ
ระบบ Surin Smart Donor Alert (SSDA) เป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยของผู้บริจาค
โลหิต โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนและติดตามภาวะแทรกซ้อนจากการบริจาคโลหิต ระบบนี้สามารถ

