Page 640 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 640

N19

                  ความรอบรู้เรื่องไต 5 ข้อ พร้อมให้ความรู้ตามระยะค่าไตและติดสติ๊กเกอร์สีพร้อมข้อปฏิบัติในสมุดประจำตัว

                  ผู้ป่วย โดยแยกตามสี  คือ ระยะไตที่ 3 สีเหลือง ระยะไตที่ 4 สีส้ม และระยะไตที่ 5 สีแดง ขั้นตอนที่3 ศึกษา
                  ปัญหาการใช้ยาไม่เหมาะสมในผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลและผู้ป่วยเยี่ยมบ้าน ระหว่างวันที่ 1
                  ตุลาคม 2567 – 15 เมษายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics)


                  ผลการศึกษา
                         ปัญหาความเข้าใจเรื่องไตในผู้ป่วยเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง,ไขมันสูงและไต ในผู้ป่วยจำนวน
                  51 ราย พบว่า มีอายุเฉลี่ย 64.18 ± 14.84 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 47 ราย

                  รองลงมา คือ ไขมันสูง,เบาหวาน, และไต มีโรคร่วม จำนวน 38 ราย (ร้อยละ 74.51) ระยะเวลาป่วยเฉลี่ย
                  6.13± 2.12 ปี มีค่าไตระยะที่ 1,2, 3a, 3b และ 5 จำนวน 22, 23, 3, 2 และ 1 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยที่รู้ค่าไต
                  มีจำนวน 3 ราย (ร้อยละ 5.88) ส่วนใหญ่ไม่รู้ค่าไตว่าอยู่ระยะใด แต่รับรู้ว่าค่าไตดี/ไม่ดี จำนวน 38 (ร้อยละ

                  74.50) รับรู้ว่าการลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม จะทำให้ป้องกันการเสื่อมของไตได้ จำนวน 40 ราย
                  (ร้อยละ 78.43) รับรู้การควบคุมอาหาร เช่น โปรตีน ผลไม้ที่มีวิตามินเคสูง จำนวน 8 ราย (ร้อยละ 15.68) รับรู้
                  ว่าการปรับพฤติกรรมสามารถชะลอไตเสื่อมได้ จำนวน 33 ราย (ร้อยละ 64.70) รับรู้การดื่มน้ำที่เหมาะสม
                  ตามระยะไต จำนวน 29 ราย (ร้อยละ 56.86) และรับรู้ว่าถ้าไตวายต้องฟอกไต จำนวน 44 ราย (ร้อยละ 86.27)
                  ส่วนการรับประทานยา พบว่า มีผู้ป่วยที่รับประทานยาอื่นร่วมด้วย จำนวน 8 ราย (ร้อยละ 15.69) ได้แก่ ยาชุด

                  แก้ปวด,น้ำมันงาดำรำข้าวสั่งจากอินเตอร์เน็ต, ยาแก้ปวดซื้อจากร้านยา, ยาแก้ปวดในหมู่บ้าน, ยาสมุนไพร (ศรเทพ)
                  สั่งทางไลน์, ยาคลายเส้น จำนวน 2 ราย และคอลลาเจน ซึ่งมีผู้ป่วย 2 รายที่มีค่าไตอยู่ในระยะที่3 และความรู้
                  เรื่องการใช้ยาแก้ปวด, ยาชุด และยาสมุนไพรมีผลต่อไต จำนวน 32 ราย (ร้อยละ  62.74) สื่อที่เข้าถึงผู้ป่วยได้ง่าย

                  พบว่า อสม.จำนวน 25 ราย รองลงมา ได้แก่ อินเตอร์เน็ต, รพสต, โทรทัศน์, เสียงตามสาย และวิทยุ
                  ส่วนการศึกษาการใช้สติ๊กเกอร์สี “รู้ไต” ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไต จำนวน 65 ราย พบว่า มีอายุเฉลี่ย 72.30 ± 7.42 ปี
                                                           2
                  มี eGFR เฉลี่ย 46.34± 10.20 ml/min/1.73 m  เป็นผู้ป่วยไตระยะ 3a, 3b และ 4 จำนวน 45, 15 และ
                  5 ราย ตามลำดับ รับรู้ว่าค่าไตดี/ไม่ดี จำนวน 40 ราย (ร้อยละ 61.53) รับรู้ว่าการปรับพฤติกรรมสามารถชะลอ

                  ไตเสื่อมได้ จำนวน 15 ราย (ร้อยละ 23.07) รับรู้ว่าการลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม จะทำให้ป้องกัน
                  การเสื่อมของไตได้ จำนวน 40 (ร้อยละ 61.53) รับรู้การดื่มน้ำที่เหมาะสมตามระยะไต จำนวน 30 ราย (ร้อยละ
                  46.15) และการรับรู้ข้อห้ามใช้ยาแก้ปวด, ยาชุด และยาสมุนไพรในผู้ป่วยไต จำนวน 15 ราย (ร้อยละ  23.07)
                  หลังให้ความรู้ พบว่าผู้ป่วยรับรู้เรื่องไตมากขึ้น ส่วนการศึกษาปัญหาการใช้ยาไม่เหมาะสมในผู้ป่วยที่เข้ามารับ

                  การรักษาในโรงพยาบาล พบว่า มีจำนวน 6 ครั้ง ได้แก่ NSAIDs ทำให้เกิด AKI จำนวน 2 ครั้ง, ยาชุด ทำให้เกิด
                  AKI และ Hepatitis อย่างละ 1  ครั้ง, สมุนไพร (กาแฟผสมน้ำใบหญ้านาง) ทำให้เกิด AKI จำนวน 1 ครั้ง และ
                  แพ้ยาจากยาต้านจุลชีพ จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งผู้ป่วยอาศัยในเขตตำบลแซงบาดาลและหนองแวง แห่งละ 3 ราย
                  และปัญหาการใช้ยาไม่เหมาะสมในผู้ป่วยเยี่ยมบ้าน พบว่า มีจำนวน 4 ครั้ง ได้แก่ ผู้ป่วยซื้อยาชุดจำนวน 2 ราย

                  และผู้ป่วย stroke ซื้ออาหารเสริมมาทาน 2 ราย ได้แก่ เห็ดหลินจือ และน้ำมันตับปลา

                  อภิปรายผล
                         ปัญหาความเข้าใจเรื่องไตในผู้ป่วยกลุ่ม NCD พบว่า ส่วนใหญ่มีค่าไตดี แต่ผู้ป่วยไม่รู้ระยะไตตนเอง
                  รู้ว่าถ้าไตวายต้องฟอกไต, การปรับพฤติกรรมและการปฏิบัติตัวสามารถชะลอไตเสื่อม, การใช้ยาแก้ปวด, ยาชุด
                  และยาสมุนไพรมีผลต่อไต แต่มีผู้ป่วยบางรายที่ไตเสื่อม ไม่ทราบค่าไตของตนเอง ซื้อยากินเอง ซึ่งอาจส่งผลให้

                  เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้ และการส่งเสริมสื่อในชุมชนที่เข้าใจง่ายในการรับรู้ของผู้ป่วย คือ อสม. และ
                  อินเตอร์เน็ต ดังนั้น จากการศึกษานี้ พบว่า ผู้ป่วยที่ไม่รู้ระยะไตของตนเองและไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องไต
                  อาจส่งผลให้เกิดการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมและเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้และการเข้าถึงในการให้ความรู้กับผู้ป่วย
   635   636   637   638   639   640   641   642   643   644   645