Page 712 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 712
P7
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อศึกษาความแตกต่างของลักษณะทางคลินิก ประวัติการบาดเจ็บ การตรวจวินิจฉัย และผลการรักษา
ระหว่างผู้ป่วยที่มีรอยฟกช้ำของไขสันหลัง (cord contusion) กับผู้ป่วยที่ไม่มีรอยฟกช้ำของไขสันหลังจากอุบัติเหตุ
กระดูกสันหลังส่วนคอ
2. เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการมี cord contusion กับตัวแปรทางคลินิก ได้แก่ อาการทางระบบ
ประสาท (neuro deficit), การมีบาดเจ็บร่วม (associated trauma), การบาดเจ็บสมอง (TBI), และการมีรอยแตก
ของกระดูกสันหลังส่วนคอ (C-spine fracture)
3. เพื่อเสนอแนวทางการคัดกรองและการดูแลผู้ป่วยที่สงสัยมี cord contusion โดยเน้นการคงการ
ป้องกันการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนคอ (C-spine protection) จนกว่าจะมีการตรวจประเมินที่ครบถ้วน
วิธีการศึกษา
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกตแบบย้อนหลัง (Retrospective Observational Study) โดยรวบรวม
และวิเคราะห์ข้อมูลจากเวชระเบียนของผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังส่วนคอ
(Cervical Spine Injury) จากอุบัติเหตุ ซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพุทธโสธร ในช่วงเดือน พฤศจิกายน
พ.ศ. 2559 ถึง พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดจำนวน 228 ราย โดยมีการคัดออกผู้ป่วย
ที่เสียชีวิตขณะมาถึงโรงพยาบาล (Dead at arrival) จำนวน 7 ราย ถูกส่งต่อไปรักษาที่อื่น หรือหนีออกจาก
โรงพยาบาล (Refer or escape) จำนวน 9 ราย
กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้จึงประกอบด้วยผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 212 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มที่มีภาวะ รอยฟกช้ำของไขสันหลัง (Cord Contusion Group) จำนวน 85 ราย
- กลุ่มที่ ไม่มีรอยฟกช้ำของไขสันหลัง (Non-Cord Contusion Group) จำนวน 127 ราย
ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มได้รับการยืนยันการวินิจฉัย cervical spine injury โดยการตรวจ CT หรือ MRI
อย่างน้อยหนึ่งชนิด
ข้อมูลที่รวบรวมได้จากเวชระเบียน ได้แก่ : ข้อมูลประชากร: เพศ อายุ สาเหตุของการบาดเจ็บ สถานะ
ทาง hemodynamics ขณะเข้ารับการรักษา การบาดเจ็บร่วม (Associated trauma) การบาดเจ็บสมองร่วม
(Traumatic brain injury; TBI) อาการทางระบบประสาท (Neurological deficit) ผลการตรวจทางรังสี : CT
cervical spine, MRI รายละเอียดของการบาดเจ็บกระดูกสันหลัง การรักษาที่ได้รับ

