Page 713 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 713

P8

                  การวิเคราะห์ข้อมูล

                         สถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                         การทดสอบ Chi-square สำหรับตัวแปรประเภท (categorical variables)

                         การทดสอบ Welch’s t-test สำหรับเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของอายุระหว่างกลุ่ม
                         กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ค่า p < 0.05


                  ผลการศึกษา

                         จากการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Spine

                  Injury) จำนวนทั้งสิ้น 212 ราย พบว่า มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามี รอยฟกช้ำของไขสันหลัง (cord contusion)
                  จำนวน 85 ราย (40.1%) และผู้ที่ไม่มี cord contusion จำนวน 127 ราย (59.9%)ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มได้รับการ

                  ยืนยันการวินิจฉัยการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical spine injury) โดยการตรวจ CT หรือ MRI

                  โดยมีผู้ป่วยจำนวน 19 ราย (คิดเป็น 8.96%) ที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยโดย MRI เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้รับ

                  การตรวจ CT C-spine ร่วมด้วย

                         ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในทั้งสองกลุ่มเป็นเพศชาย โดยในกลุ่ม cord contusion พบว่ามีผู้ป่วยเพศชายคิดเป็น

                  ร้อยละ 90.6 ในขณะที่กลุ่ม non-cord contusion มีผู้ป่วยเพศชายคิดเป็นร้อยละ 81.1 อย่างไรก็ตาม
                  ความแตกต่างของสัดส่วนเพศชายระหว่างทั้งสองกลุ่ม ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.0901) อายุเฉลี่ยผู้ป่วยในกลุ่ม

                  cord contusion 53.92 ปี ในขณะที่กลุ่ม non-cord contusion มีอายุเฉลี่ย 46.47 ปี ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ทางสถิติ

                  พบว่าอายุเฉลี่ยของกลุ่ม cord contusion สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)

                         ในกลุ่ม cord contusion พบผู้ป่วยที่มี neuro deficit จำนวน 72 ราย (84.7%) ขณะที่ในกลุ่ม

                  non-cord contusion พบเพียง 26 ราย (20.5%)  ผู้ป่วยที่ไม่มี neuro deficit มีจำนวน 8 ราย (9.41%)ในกลุ่ม

                  cord contusion และ 85 ราย (66.93%)ในกลุ่ม non-cord contusion พบว่า neuro deficit มีความสัมพันธ์กับ
                  cord contusion อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)

                         ลักษณะของอุบัติเหตุ ในทั้ง 2 กลุ่ม แสดงในตารางที่ 1 และ ลักษณะของรอยแตกของกระดูกสันหลังส่วน

                  คอ (C-spine fracture) แสดงในตารางที่ 2 ซึ่งไม่แตกต่างกันในทั้ง 2 กลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แผนภูมิที่ 1

                  แสดงการเปรียบเทียบการอาการบาดเจ็บกระดูกสันหลังส่วนคอในทั้ง 2 กลุ่ม ในการศึกษานี้ พบว่าประเภทของ

                  กระดูกหัก (non-displace และ displace/subluxation) และระดับของการหัก (one, two, three, >3 levels)
                  ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่ม cord contusion และ non-cord contusion (p = 0.7139

                  และ 0.1464 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบตำแหน่งของการหัก พบว่ากลุ่ม cord contusion มีแนวโน้ม

                  เกิดการบาดเจ็บที่ระดับ subaxial (C3-C7) มากกว่ากลุ่ม non-cord contusion อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

                  (p = 0.0157)
   708   709   710   711   712   713   714   715   716   717   718