Page 810 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 810

Q43

                                         Stop CAUTI ด้วย 2S1T ในโรงพยาบาลชุมชน




                                                          นางสาวจินตนา แพวขุนทด นางสาวอุทัยวรรณ กัลยาประสิทธิ์
                                                                   โรงพยาบาลเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เขตสุขภาพที่ 9

                                                                                               ประเภท วิชาการ


                  ความสำคัญของปัญหา

                         ปัจจุบันปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในโรงพยาบาล ที่พบได้บ่อยทั่วโลกประมาณ 250 ล้านคน

                  และเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตประมาณ 150 ล้านคนทั่วโลก การคาสายสวนปัสสาวะ เป็นหัตถการที่พบ
                  ได้บ่อยในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลประมาณร้อยละ 15-25 ได้รับการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

                  ที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะ จากรายงานของศูนย์ควบคุมโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าอุบัติการณ์
                  การเกิด CAUTI ในโรงพยาบาล 5.00 ครั้ง/1000 on catheter day ซึ่งถือได้ว่ามีอัตราการติดเชื้อที่สูงกว่า

                  ระดับมาตรฐานสากล ส่งผลให้ผู้ป่วยมีจำนวนวันนอนโรงพยาบาลนานขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้น เพิ่ม

                  ความเสี่ยงในการเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและส่งผลให้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ในประเทศไทยพบว่า อุบัติการณ์
                  การเกิด CAUTI เป็น 1 ใน 3 ของการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีอัตราการเกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดิน

                  ปัสสาวะจากการคาสายสวนปัสสาวะ พบอัตราการติดเชื้อ 4.60 ครั้ง/1000 on catheter day อัตราการเสียชีวิต
                  เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 24 และค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ย 8,895 บาท/ครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาสำคัญของทุกโรงพยาบาล

                  ทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                         งานการพยาบาลผู้ป่วยใน กลุ่มงานการพยาบาล ได้พัฒนาคุณภาพระบบบริการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้
                  แนวคิด 3C-PDSA พบว่าปัญหาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะ ในหอผู้ป่วย

                  ใน ปี 2563 – 2566 ร้อยละ 4.16,3.29,1.55 และ 0.74 ครั้ง/1000 on catheter day ตามลำดับ  จากการ

                  ทบทวนพบว่าเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวเบาหวาน ไตเรื้อรัง และติดเตียง นอกจากนี้ยังพบว่าการปฏิบัติตาม
                  แนวทาง   การดูแลผู้ป่วยคาสายสวนปัสสาวะไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 64.74,65.12,72.15 และ

                  76.92 ตามลำดับ ในปี 2563 – 2566 จากการวิเคราะห์แบบ Root Cause Analysis พบสาเหตุสำคัญ คือ

                     1) ปัจจัยด้านผู้ป่วยและผู้ดูแล : เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ขาดผู้ดูแล
                     2) ปัจจัยด้านบุคลากร : ขาดการกำกับนิเทศติดตามต่อเนื่อง ปฏิบัติตามแนวทางไม่ครบถ้วนครอบคลุม

                     3) ปัจจัยด้านกระบวนการดูแล : ขาดการประเมินความจำเป็นในการใส่และถอดสายสวนปัสสาวะ การวางแผน
                  การประเมินผู้ป่วยก่อนจำหน่ายไม่ครอบคลุมทั้งด้านความรู้และด้านการปฏิบัติ การติดตามผู้ป่วยหลังการจำหน่าย

                     4) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม/เครื่องมืออุปกรณ์ : เตียงปรับระดับไม่ได้/ไม่มีที่ห้อย ทำให้ Urine Bag ลากกับพื้น

                  สายสวนปัสสาวะไม่เพียงพอทำให้เลือกสายไม่เหมาะสมกับผู้ป่วย
   805   806   807   808   809   810   811   812   813   814   815