Page 808 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 808

Q41

                  ผลการศึกษา

                         การศึกษาพบว่า ก่อนการพัฒนาระบบ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ห้องยาผู้ป่วยนอก
                  แผนกอายุรกรรม มีจำนวนใบสั่งยาทั้งสิ้น 26,546 ใบสั่งยา รายการยาเฉลี่ย 5 รายการ/ใบสั่งยา มีรายงาน

                  ความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ B (มีความคลาดเคลื่อนทางยาเกิดขึ้นแล้ว แต่อันตรายยังไม่ถึงตัวผู้ป่วย)

                  ประเภทการจัดยาผิดจำนวน จำนวน 20 ครั้ง (0.75 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา) ประเภทการจัดยาผิดชนิด จำนวน 62 ครั้ง
                  (2.34 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา) ความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ C ขึ้นไป (มีความคลาดเคลื่อนทางยาเกิดขึ้น และ

                  ความคลาดเคลื่อนนั้นไปถึงผู้ป่วยแล้ว) ประเภทการจัดยาผิดจำนวน ไม่พบรายงาน ประเภทการจัดยาผิดชนิด

                  จำนวน 5 ครั้ง (0.19 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา) ระยะเวลารอรับยาเฉลี่ย 49.33 นาที หลังการพัฒนาระบบ ตั้งแต่
                  1 มกราคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568 ห้องยาผู้ป่วยนอกแผนกอายุรกรรม มีจำนวนใบสั่งยาทั้งสิ้น 28,687

                  ใบสั่งยา รายการยาเฉลี่ย 5 รายการ/ใบสั่งยา มีรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ B (มีความคลาดเคลื่อน
                  ทางยาเกิดขึ้นแล้ว แต่อันตรายยังไม่ถึงตัวผู้ป่วย) ประเภทการจัดยาผิดจำนวน 363 ครั้ง (12.65 ครั้ง/1,000

                  ใบสั่งยา) ประเภทการจัดยาผิดชนิด จำนวน 134 ครั้ง (4.67 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา) ความคลาดเคลื่อนทางยา
                  ระดับ C ขึ้นไป (มีความคลาดเคลื่อนทางยาเกิดขึ้น และความคลาดเคลื่อนนั้นไปถึงผู้ป่วยแล้ว) ประเภทการจัด

                  ยาผิดจำนวน ไม่พบรายงาน ประเภทการจัดยาผิดชนิด จำนวน 1 ครั้ง (0.03 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา) และ

                  ระยะเวลารอรับยาเฉลี่ย 30.33 นาที ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของการพัฒนาระบบโรบอทจัดยากึ่งอัตโนมัติ
                  ต่อการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยาในการจัดยาผิด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) จาก Chi-square test

                  มีดังนี้คือ ความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ B ประเภทการจัดยาผิดจำนวน รายงานเพิ่มขึ้น (OR 16.99 95%CI

                  10.83-26.67 P<0.000) ประเภทการจัดยาผิดชนิด รายงานเพิ่มขึ้น (OR 2.00 95%CI 1.48-2.71 P<0.000)

                  อภิปรายผล

                         ความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ B ในการจัดยาผิด (มีความคลาดเคลื่อนทางยาเกิดขึ้นแล้ว แต่อันตราย
                  ยังไม่ถึงตัวผู้ป่วย) ประเภทการจัดยาผิดจำนวน รายงานเพิ่มขึ้น (OR 16.99 95%CI 10.83-26.67 P<0.000)

                  ประเภทการจัดยาผิดชนิด รายงานเพิ่มขึ้น (OR 2.00 95%CI 1.48-2.71 P<0.000) เป็นผลมาจากการ

                  เปลี่ยนแปลงระบบงานในห้องยาคือ การตรวจสอบยา (first check) และรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาผ่าน
                  โปรแกรม DMS แทนการเขียนด้วยมือ โดยเจ้าพนักงานเภสัชกรรม ทำให้รายงานเพิ่มสูงขึ้น ความคลาดเคลื่อน

                  ทางยาระดับ C ขึ้นไป (มีความคลาดเคลื่อนทางยาเกิดขึ้น และความคลาดเคลื่อนนั้นไปถึงผู้ป่วยแล้ว) ประเภท
                  การจัดยาผิดชนิด ลดลงจากจำนวน 5 ครั้งเป็น 1 ครั้ง แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR 0.18

                  95%CI 0.02-1.58 P=0.112) แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะใช้ระบบโรบอทจัดยากึ่งอัตโนมัติเข้ามาช่วยในการจัดยา

                  แต่ยังมีการจัดยาผิดชนิดเกิดขึ้นอยู่ จนความเสี่ยงนั้นถึงตัวผู้ป่วยได้  เป็นผลมาจากการไม่ปฏิบัติตามแนวทาง
                  การจัดยาของเจ้าหน้าที่ และระยะเวลารอรับยาเฉลี่ยลดลง จาก 49.33 นาที ลดลงเป็น 30.33 นาที ซึ่งใกล้เคียงกับ

                  ตัวชี้วัดที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (ระยะเวลารอรับยาและชำระเงินไม่เกิน 30 นาที) แสดงให้เห็นว่าการพัฒนา
                  งานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก ด้วยระบบโรบอทจัดยากึ่งอัตโนมัติ ห้องจ่ายยาแผนกอายุรกรรม อาจจะช่วย

                  ลดระยะเวลารอรับยาได้
   803   804   805   806   807   808   809   810   811   812   813