Page 821 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 821
Q54
ผลการศึกษา
1. จากการใช้แนวทางการป้องกัน Phlebitis ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.2567 ถึง เดือน กุมภาพันธ์
2568 พบ Phlebitis เกรด 2 ร้อยละ 5.6 และไม่พบ Phlebitis เกรด 3 และ 4
2. เจ้าหน้าที่มีการตระหนักในการประเมินการเกิดภาวะแทรกซ้อน จากการคาสายสวนทางหลอดเลือดดำ
มากขึ้น และมีการสื่อสารในทีมโดยการส่งเวรเกี่ยวกับยาที่ให้ ตำแหน่งของเข็ม ขนาดของเข็มเพิ่มมากขึ้น
จากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 95
3. ผู้ป่วยและญาติสามารถบอกอาการผิดปกติของตำแหน่งที่แทงเข็มได้ตามสติกเกอร์ที่ติด คนไข้และ
ญาติร้อยละ 90 สามารถอ่านข้อความผ่านสติกเกอร์ที่สื่อสารได้ สติกเกอร์มีสีสันโดดเด่น ผู้ป่วยเด็กและญาติ
มีความสนใจในสติกเกอร์ จากการสังเกต ผู้ปกครองเพิ่มการดูแลบริเวณที่แทงเข็มมากขึ้น และสามารถใช้สติกเกอร์
เพื่อปลอบประโลมและปลอบขวัญผู้ป่วยเด็กได้ จากการประเมินความพึงพอใจของการใช้สติกเกอร์ในผู้ป่วย
และญาติ พบร้อยละ 87
อภิปรายผล
จากการใช้สติกเกอร์สื่อสารการดูแลผู้ป่วยที่สายสายสวนทางหลอดเลือดดำส่วนปลายพบว่า เจ้าหน้าที่
ให้ความสำคัญการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการคาสายสวนทางหลอดเลือดดำสวนปลายเพิ่มขึ้น
ลงบันทึกข้อมูลในเวชระเบียนทุกครั้ง พร้อมสื่อสารส่งเวรเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยและญาติสามารถบอกอาการ
ผิดปกติป้องกันการเกิดหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบได้ เมื่อครบกำหนดเปลี่ยนตำแหน่งเข็มเจ้าหน้าที่เปลี่ยน
ตำแหน่งร้อยละ 100 และได้นำแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ให้สารน้ำและยาทางหลอดเลือดดำในหอผู้ป่วยในหญิง
และกำลังขยายผลไปสู่หอผู้ป่วยอื่นๆ ในโรงพยาบาล ผู้ป่วยในชาย ห้องฉุกเฉิน ห้องคลอดและหลังคลอด
โดยการทบทวนติดตามเป็นประจำทุกเดือนผ่านการประชุมทีมบริหารกลุ่มการพยาบาลและทีมนำ
สรุปและข้อเสนอแนะ
การนำมาตรฐานงาน IC ไปสู่การ ปฏิบัติจริงใน หอผู้ป่วย จำเป็นต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจใน
รายละเอียดกิจกรรมการ ปฏิบัติ ในแต่ละประเด็น เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติได้ ซักถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
เพื่อปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน โดยให้ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับมีอำนาจร่วม ในการตัดสินใจ จะช่วยให้ผู้มีส่วนร่วม
เกิดความรู้สึกความเป็นเจ้าของ และผู้นำมีบทบาทสำคัญ กระตุ้นสมาชิกในทีมให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด
สร้างวินัยในการทำงานอย่างยั่งยืน
(ภาพแสดงตัวอย่างการใช้สติกเกอร์ในตึกผู้ป่วย)

