Page 896 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 896
T1
การพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองในระยะใกล้เสียชีวิตที่บ้าน
อ าเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร
นายนัฐพงษ์ แดงโชติ
โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จังหวัดสกลนคร เขตสุขภาพที่ 8
ประเภท วิชาการ
1. ความส าคัญของปัญหาวิจัย
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้านนั้นมีรากฐานมาจากความต้องการของมนุษย์ในการใช้ช่วงเวลา
สุดท้ายของชีวิตอยู่ท่ามกลางคนที่รักและในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย โดยมุ่งเน้นการบรรเทาความทุกข์ทรมาน
ในระยะท้ายและเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยผู้ป่วยและครอบครัวมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการดูแลรักษา
ตามความต้องการของผู้ป่วยแบบองค์รวมทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ จนกระทั่งผู้ป่วยเสียชีวิต
ที่บ้านตามความประสงค์ โรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคอง
ตามนโยบายสถานชีวาภิบาลในรูปแบบ One stop service ส่งผลให้การเข้าถึงบริการของผู้ป่วยสูงขึ้น
และจากการศึกษาสถานการณ์ปัญหาพบว่า ผู้ดูแลมีความเครียดและความวิตกกังวลในระดับสูง
ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระยะการดำเนินของโรคที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น อาการในระยะสุดท้ายนี้ครอบครัว
ทุกครอบครัวต้องเผชิญและสามารถพบได้ เช่น อาการปวด หายใจหอบเหนื่อย ซึมลง เบื่ออาหาร และอาการ
สับสนเฉียบพลัน ส่งผลให้ครอบครัวหรือผู้ดูแลมีความเครียดและความวิตกกังวลจากการดำเนินของโรค
ที่เพิ่มขึ้น ผู้วิจัยจึงพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองในระยะใกล้เสียชีวิตที่บ้านซึ่งมีความสอดคล้อง
กับนโยบายในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยในที่บ้าน (Home ward) โดยใช้แนวคิดการมีส่วนร่วม
ของครอบครัวเป็นกรอบแนวคิดในการดูแลเพื่อให้ผู้ดูแลผู้ป่วยในระยะใกล้เสียชีวิตที่บ้านมีความเครียดความ
วิตกกังวลลดลง และมีความพึงพอใจในรูปแบบการจัดบริการ
2. วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อพัฒนาและศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการดูแลแบบประคับประคองในระยะใกล้เสียชีวิต
ที่บ้านที่เหมาะสมกับบริบทของอำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร
2. เพื่อศึกษาผลของรูปแบบการดูแลฯ ต่อความเครียดและความวิตกกังวลของผู้ดูแลก่อนและหลังการ
ทดลอง และความพึงพอใจของผู้ดูแลหลังได้รับรูปแบบการดูแลฯ
3. วิธีการศึกษา
ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ปัญหาของพื้นที่ และทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการดูแลในระยะใกล้เสียชีวิตที่บ้าน และทดลองใช้เพื่อศึกษาความเป็นไปได้
โดยศึกษาเชิงกึ่งทดลองแบบหนึ่งกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยในระยะ
ใกล้เสียชีวิตที่มี PPS score < 30 % มีอาการทางคลินิกที่เข้าสู่ระยะ Active dying stage > 2 อาการขึ้นไป
จำนวน 15 ราย คัดเลือกตามเกณฑ์คุณสมบัติ คือ ผู้ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแบบประคับประคอง ที่ PPS < 30 %

