Page 914 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 914
T19
แนวทางปฏิบัติทางคลินิกการดูแลแบบประคับประคองที่พัฒนาขึ้น โดยกลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่ได้รับการดูแล
แบบประคับประคองที่เสียชีวิตในปีงบประมาณ 2567 ที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเข้าและคัดออก
จำนวน 255 ราย เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แนวทางปฏิบัติทางคลินิกการดูแลแบบประคับประคอง (ดังเอกสารแนบ)
และแบบประเมินคุณภาพการเสียชีวิต ใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูล One sample test (T- test) เพื่อเปรียบเทียบ
คุณภาพการเสียชีวิตในผู้ป่วยระยะสุดท้ายของโรงพยาบาลอู่ทองกับเกณฑ์มาตรฐานตัวชี้วัดของกระทรวง
สาธารณสุข (ร้อยละ 80)
4. ผลการศึกษา
One-Sample Statistics
Std.
N Mean Deviation Std. Error Mean
Quality of dead 255 98.67 7.52 .47
ผลการวิเคราะห์คุณภาพการเสียชีวิตพบคุณภาพการเสียชีวิตในผู้ป่วยระยะสุดท้ายของโรงพยาบาลอู่ทอง
เท่ากับ 98.67 และมีความเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 7.52
One-Sample Test
Test Value = 80
95% Confidence Interval
Mean of the Difference
t df Sig. (2-tailed) Difference Lower Upper
Quality of dead 39.67 254 .000 18.67 17.74 19.59
ผลการเปรียบเทียบคุณภาพการเสียชีวิตในผู้ป่วยแบบประคับประคองของโรงพยาบาลอู่ทองกับตัวชี้วัด
ของกระทรวงสาธารณสุข(ร้อยละ 80) พบว่า คุณภาพการเสียชีวิตในผู้ป่วยแบบประคับประคอง
ของโรงพยาบาลอู่ทอง สูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข(ร้อยละ 80) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
P value .000
5. อภิปรายผล
จากการนำ CPG หลังพัฒนาแล้วมาใช้ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองพบว่า คุณภาพการเสียชีวิต
ในผู้ป่วยแบบประคับประคองของโรงพยาบาลอู่ทอง สูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข (ร้อยละ 80)
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ P value 0.00 แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยแบบประคับประคองของโรงพยาบาลอู่ทอง
มีคุณภาพการเสียชีวิตที่ดี หมายถึงผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบไม่ทรมานจนควบคุมไม่ได้ ท่ามกลางความอบอุ่น
จากญาติและบุคคลอันเป็นที่รัก และได้รับการตอบสนองตามความต้องการในเรื่องเกี่ยวกับการตายของตนเอง
ซึ่งสามารถอธิบายได้จากการได้รับการดูแลจากทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยผ่านกระบวนการดูแลที่มีการประเมิน
ปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว ทั้งกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ สอดคล้องกับ
การศึกษาของทองรักและสุรีวรรณ (2566)เรื่องการสังเคราะห์คุณภาพการเสียชีวิตของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ของโรงพยาบาลอู่ทองที่พบว่าสูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดของกระทรวงสาธารณะสุขอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ

